posttoday
ฉุนนายไม่เข้าใจ อส.แก้ผ้าลาออกยกตำบล

ฉุนนายไม่เข้าใจ อส.แก้ผ้าลาออกยกตำบล

02 กุมภาพันธ์ 2556

ลำพังกองกำลังในเครื่องแบบอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ร่วม 50 คน

ลำพังกองกำลังในเครื่องแบบอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ร่วม 50 คน

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ลำพังกองกำลังในเครื่องแบบอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ร่วม 50 คน รวมตัวกันก็ทำให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ต้องเพ่งดูอย่างสนใจ

แต่ยิ่งกว่านั้น เมื่อกองกำลังทั้ง 50 คน ต่างพากันถอดเครื่องแบบ ทั้งเสื้อ กางเกง และรองเท้า กองไว้หน้าที่ว่าการอำเภอ แล้วพากันนุ่งผ้าขาวม้าและผ้าถุงเดินจากไป กลับทำให้เป็นที่ฮือฮาเล่าขานถามไถ่กันไปทั้งเมือง

ช่วงบ่ายวันที่ 1 ก.พ.นี้ กวี ศรีวิสุทธิ์ กำนันตำบลหัวตะพาน อ.ท่าศาลา นำ อส.สำรองของ ต.หัวตะพาน จำนวน 50 คน มายังหน้าที่ว่าการอำเภอท่าศาลา เพื่อยื่นใบลาออกจากการเป็น อส. เนื่องจากไม่พอใจผู้บังคับบัญชา

ฉุนนายไม่เข้าใจ อส.แก้ผ้าลาออกยกตำบล

 

เจ้าหน้าที่ อส.ทั้ง 50 คน ได้แต่งชุดเต็มยศเดินทางมายังหน้าที่ว่าการอำเภอท่าศาลา จากนั้นกำนันกวีก็ได้กล่าวปฏิญาณตนว่า

“หัวใจราชสีห์ต้องมี 3 ประการ คือ 1.ต้องไม่กลัวโจร 2.ต้องไม่เกรงใจอันธพาล 3.ไม่รับใช้คนชั่ว ซึ่งสองข้อแรกนั้น อส.ทุกคนสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทำงานเพื่อสังคมได้โดยไม่มีเงินตอบแทนใดๆ แต่ทำด้วยใจรัก แต่ข้อ 3 นั้นเรารับไม่ได้ที่จะมีคนชั่วมาสั่งการให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ จึงออกมาแสดงออกให้เห็นว่า เราจะไม่รับใช้คนชั่วด้วยการขอลาออก”

หลังจากนั้นกำนันกวี ก็ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อ ถาวรวัฒน์ คงแก้ว นายอำเภอท่าศาลา พร้อมได้กล่าวแถลงการณ์ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ถึงการออกช่วยเหลือสังคม รวมทั้งการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่และเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งถือว่า ต.หัวตะพาน นั้น ได้รับการยอมรับว่าปัญหาต่างๆ มีน้อยมากเมื่อเปรียบกับพื้นที่อื่นๆ

และที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ หลังอ่านแถลงการณ์จบลง กำนันกวี และ อส.ทั้ง 50 คน ก็ได้ถอดเครื่องแบบพร้อมกันทุกคน ทั้ง อส.หญิงและ อส.ชาย ก่อนจะกองทิ้งไว้หน้าที่ว่าการอำเภอ แล้วนุ่งผ้าขาวม้าและผ้าถุงเดินทางกลับ

กำนันกวีกล่าวเปิดใจสั้นๆ ถึงการรวมตัวลาออกที่แปลกประหลาดนี้ว่า เสียใจในการกระทำของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ นอกจากจะไม่ให้ความสำคัญแล้ว ยังเหยียบย่ำเกียรติ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพียง อส.ทั้ง 50 คน แต่ยังเหยียบย่ำคนทั้ง ต.หัวตะพาน ทำให้ทุกคนเสียใจ จึงได้ลาออกจากการเป็น อส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขณะที่ ถาวรวัฒน์ คงแก้ว นายอำเภอท่าศาลา กล่าวว่า เป็นความน้อยใจของ อส.ตำบลหัวตะพาน ที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งเรื่องการป้องกันอาชญากรรม การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เมื่อเกิดเหตุอุทกภัย วาตภัย ทำงานด้วยใจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยที่ไม่มีสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น เข้าใจความรู้สึกของ อส.ทุกคน โดยเฉพาะกวีเข้าใจเป็นอย่างดี การมารวมกันนั้นแล้วแสดงจุดยืนถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ ซึ่งจะรายงานเรื่องนี้ให้กับทางผู้บริหารระดับสูงทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน กำนันกวีได้นำผู้ใหญ่ในพื้นที่ ต.หัวตะพาน เข้าพบ ธีระ มินตราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เพื่อชี้แจงกรณี ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา ร้องเรียนว่า ถูกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ใช้อิทธิพลข่มขู่ จนไม่กล้าลงมาปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

ฉุนนายไม่เข้าใจ อส.แก้ผ้าลาออกยกตำบล

 

ทั้งนี้ กำนันกวีทำหนังสือชี้แจงถึง ผวจ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า ภายในมหาวิทยาลัยมีการปลดพนักงานคนหนึ่งออกจากตำแหน่งโดยไม่เป็นธรรม จึงขอเข้าพบอธิการบดี เพราะกรรมการสอบสวนไม่เห็นด้วยกับการปลดพนักงานคนดังกล่าว แต่อธิการบดียังดื้อที่จะปลด โดยไม่ได้ดำเนินการตามผลสอบของคณะกรรมการ และอธิการบดีได้ร้องเรียนว่าเขาข่มขู่

หากวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริง อาจเป็นไปได้ที่กำนันกวีอาจถูกผู้บังคับบัญชากดดัน ในฐานะที่เขาเป็นน้องชายของ จารึก ศรีวิสุทธิ์ อดีต สจ.อำเภอท่าศาลา ซึ่งนับเป็นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในพื้นที่

ประจวบเหมาะกับในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สนามการเมืองท้องถิ่นนครศรีธรรมราช จะมีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักจากการเลือกตั้งนายก อบจ. ซึ่งหากย้อนกลับไปครั้งก่อนเมื่อการเลือกตั้งในปี 2551 ครั้งนั้นดุเดือดถึงขนาดกองปราบปรามส่งกำลังคอมมานโดนับร้อยนาย เข้าตรวจค้นบ้านพักของบรรดาผู้ทรงอิทธิพลต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ท่าศาลา และหนึ่งในเป้าหมายตรวจค้น คือ บ้านพักของกำนันกวี

ครั้งนั้นกำนันกวีเปิดอกพูดอย่างน้อยใจว่า ตำรวจชอบดึงเอาเขาไปเป็นตัวละคร พอเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจะถูกดึงเข้าไปมีบทบาท ขอยืนยันว่า ภาพของเขานั้นไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล ชาวบ้านในพื้นที่รู้ดีว่าเป็นอย่างไร และในสนามการเมืองท้องถิ่น เขาก็ไม่เคยอยู่ข้างใคร

อาจเป็นเรื่องจริงที่ในสนามการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะ อ.ท่าศาลา นั้นตระกูลศรีวิสุทธิ์ไม่ได้อยู่ข้างใคร นับตั้งแต่รุ่นของจารึกที่ครองตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งเข้าสู่สนาม สจ. ขณะที่กวีน้องชาย ก็เข้ามาครองตำแหน่งกำนัน ต.หัวตะพาน แทน ส่วน อบต.หัวตะพานนั้น ก็มี มนต์ฤดี ศรีวิสุทธิ์ ภรรยาของกวีเป็นนายก อบต.

การครองอำนาจเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ต.หัวตะพาน ทำให้ตระกูลศรีวิสุทธิ์ ไม่ต้องง้อใคร แต่หากใครต้องการฐานสนับสนุนคะแนนเสียง ที่เป็นกลุ่มก้อน เป็นกอบเป็นกำ ย่อมต้องเข้าหาตระกูลการเมืองท้องถิ่นตระกูลนี้

ต้องจับตาดูการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือน การเมืองท้องถิ่นสนามนี้ดุเดือดไม่แพ้ใคร

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท