
วัดใจว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.เพิ่มเส้นทางใช้จักรยาน
รถติดในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นปัญหาเรื้อรังที่ลุกลามไปยังถนนทุกสาย เพราะปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้นทุกปี นับเฉพาะที่จดทะเบียนใน กทม.ขณะนี้มีมากกว่า 7.5 ล้านคัน
รถติดในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นปัญหาเรื้อรังที่ลุกลามไปยังถนนทุกสาย เพราะปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้นทุกปี นับเฉพาะที่จดทะเบียนใน กทม.ขณะนี้มีมากกว่า 7.5 ล้านคัน
แน่นอนที่สุดปริมาณรถจำนวนมหาศาล ไม่สัมพันธ์กับพื้นที่จราจรในเมืองกรุง
ขณะที่ระบบขนส่งมวลชน ระบบรางต่างๆ ก็ยังไม่สามารถตอบสนองการสัญจรได้อย่างครอบคลุม คนกรุงจำนวนหนึ่งหลีกเลี่ยงรถติดซ้ำซากโดยหันไปใช้ “จักรยาน” เป็นทางเลือกในการเดินทาง เพราะสภาพถนนบางเส้นหากฝนตกหนักอัตราเฉลี่ยการเคลื่อนตัวของรถยนต์มีความเร็วเพียง 12 กิโลเมตร/ชั่วโมง การใช้จักรยานจะคล่องตัวและรวดเร็วกว่าหลายเท่า
อย่างไรก็ตาม การปั่นจักรยานในมหานครแห่งนี้ก็ใช่จะสะดวกสบาย ต้องกระเบียดกระเสียรเส้นทางกับรถยนต์ทุกประเภท แม้จะเลี่ยงถนนไปใช้ฟุตปาทก็ต้องแย่งชิงพื้นที่กับร้านค้าหาบเร่แผงลอย และสารพัดสิ่งกีดขวางไม่พึงประสงค์
สิ่งที่ กทม.ต้องจัดการเพื่อให้จักรยานเป็นทางเลือก จึงยังเป็นคำถามที่นักปั่นสองล้ออยากได้คำตอบ
ธงชัย พรรณสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม อดีตประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย เสนอว่า หากจะพัฒนา กทม.เพื่อเตรียมการรองรับการใช้จักรยานมากขึ้นในอนาคต สิ่งที่ต้องดำเนินการเป็นอันดับแรกมีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การเตรียมทางเท้าให้เชื่อมต่อเป็นแนวเดียวกัน ปรับให้ราบเรียบเสมอกันให้จักรยานใช้งานได้จริง 2.ต้องเตรียมพื้นที่และระบบการจอดจักรยานที่เพียงพอ และมีความปลอดภัย
ทั้งสองข้อเสนอเป็นแผนระยะสั้นที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับแรก เพราะทำแล้วจักรยานก็ใช้ประโยชน์ได้ในทันที ก่อนหน้านี้เคยประสานกับผู้นำชุมชนในแต่ละเขตของ กทม. เพื่อสำรวจการใช้จักรยาน ได้คำตอบว่า ในบรรดากลุ่มคนปั่นจักรยาน ซึ่งมีอยู่ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มคนใช้จักรยาน กลุ่มนักปั่นจักรยาน กลุ่มนักแข่งจักรยาน และกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบจักรยาน
กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดก็คือกลุ่มแรก และกลุ่มนี้ จะใช้งานในระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ในละแวกที่พักอาศัย ขณะเดียวกันก็ต้องการจุดจอดจักรยานที่เป็นระบบเชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ มีคนเฝ้า เก็บค่าฝากในอัตราที่เหมาะสม
“ฉะนั้น ขอฝากไปถึงผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ว่า ที่ต้องการตีเส้นถนนเป็นทางจักรยานนับร้อยกิโลเมตรนั้นต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ หากอยากจะส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานมากขึ้น ควรจะเริ่มจากชุมชนเล็กๆ ก่อน
จากที่เราเคยสอบถามจากชุมชนต่างๆ น่าจะกว่า 90% ตอบเหมือนกันว่าอยากได้ทางเท้าที่เดินสะดวก เพราะที่มีอยู่ผิวถนนไม่ราบเรียบเสมอกัน คนสูงอายุ คนพิการ ใช้งานไม่ได้ และถ้าพวกเขาสะดวกในการใช้ คนใช้จักรยานก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเอง จากนั้นค่อยเอาเรื่องการใช้จักรยานในแง่มุมอื่นๆ ถกเถียงกันต่อไปในวันข้างหน้า” อดีตประธานชมรมจักรยาน ระบุ
ธงชัย บอกอีกว่า นโยบายส่งเสริมการให้ประชาชนหันมาใช้จักรยาน ที่เคยดำเนินไปก่อนนี้มีความผิดพลาด จากที่เคยสร้างเส้นทางจักรยานบางแห่ง เช่น ที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และทางจักรยานที่ถนนเพชรเกษมช่วงตั้งแต่บางแคสุดถนนเพชรเกษม ระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร มีการทำถนนใหญ่ (Hig hway) ก่อนแล้วค่อยสร้างถนนสายรอง แต่ไม่ได้เชื่อมต่อถึงกัน ทำให้มีผู้ใช้ประโยชน์จากถนนดังกล่าวน้อย
“ลำพังเรื่องการทำทางเท้าให้ดีก็ถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะหากเดินสำรวจทางเท้าทั่ว กทม.ก็จะพบปัญหาหลากหลาย แค่เรื่องร้านค้าบนทางเท้าจะจัดสรรอย่างไรให้พอใจกันทุกฝ่ายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะไล่ร้านค้าให้คนเดินหรือขี่จักรยานก็จะกลายเป็นการทำให้ผู้ใช้พื้นที่ทั้งสองกลุ่มกลายเป็นศัตรูกัน
อีกอย่างผู้ว่าฯ กทม.ส่วนใหญ่ไม่เคยเดินทางเท้า จะเดินก็เฉพาะตอนหาเสียง และตอนเดินหาเสียงใจก็ไม่ได้อยู่กับปัญหาทางเท้า หรือระหว่างเดินก็ถูกทีมงานเคลียร์ทางให้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่เข้าใจปัญหาและหาวิธีแก้” ธงชัย กล่าว
ทั้งนี้ จากการประกาศสนับสนุนการใช้จักรยานของผู้สมัครทั้งหลาย เช่น พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ จากพรรคเพื่อไทย จะเพิ่มทางจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 17 กิโลเมตร หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเพิ่มเส้นทางจักรยานอีกร่วม 30 กิโล เมตร จะต้องน้ำข้อเสนอนี้ไปพิจารณา







