posttoday
เอกชนหนุนแบงก์ชาติ

เอกชนหนุนแบงก์ชาติ

01 กุมภาพันธ์ 2556

แม้ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีความเห็นแตกต่างกับ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องของนโยบายดอกเบี้ย แต่ในมุมมองของภาคเอกชนกลับเห็นด้วยกับผู้ว่าการ ธปท. ว่าการลดดอกเบี้ยอาจจะส่งผลให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

แม้ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีความเห็นแตกต่างกับ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องของนโยบายดอกเบี้ย แต่ในมุมมองของภาคเอกชนกลับเห็นด้วยกับผู้ว่าการ ธปท. ว่าการลดดอกเบี้ยอาจจะส่งผลให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานเสวนาเรื่อง ผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปต่อภาคอุตสาหกรรมไทย จัดโดย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา 3% ถือว่าสูงกว่าคู่แข่งอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ที่แข็งค่าขึ้นเพียง 1% โดยทางการต้องเข้ามาดูแลไม่ให้ผันผวน ยืดเวลาให้ผู้ส่งออกกำหนดราคากับคู่ค้าได้

หากปล่อยไปค่าเงินบาทอาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยว การส่งออกรวมถึงการบริโภค ที่เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องพึ่งพิงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ก่อนการลงทุนภาครัฐจะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ในครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม ที่มีการเสนอให้ลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาตินั้น คงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจตอนนี้ไม่เอื้อต่อการลดดอกเบี้ย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเกิดฟองสบู่ รัฐบาลตรึงราคาก๊าซแอลพีจี ตลอดจนมีสัญญาณว่าหนี้ครัวเรือนจะมีปัญหา

ถ้า ธปท. ไปลดดอกเบี้ยและรัฐบาลปล่อยราคาพลังงานลอยตัว การกู้ยืมและใช้จ่ายถูกกระตุ้นอาจเกิดเงินเฟ้อรุนแรงและหนี้ครัวเรือนมีปัญหามากขึ้น แต่ทั้งนี้หากจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยก็ทำได้ แต่ควรจะเป็นมาตรการสุดท้าย โดยคาดว่าปีนี้ดอกเบี้ยจะลดลงได้ 0.5-0.75%

“ที่รัฐบาลควรเร่งการลงทุนและนำเข้าเครื่องจักรมากขึ้น และช่วง 23 เดือนนี้ ค่าเงินบาทมีโอกาสจะไปถึง 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เอกชนเห็นแนวโน้มแล้วก็ต้องปรับตัวโดยการทำป้องกันความเสี่ยง” ธนวรรธน์ กล่าว

ธนวรรธน์ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ทั้งสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น จะยังอยู่ในภาวะตกต่ำและต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอีกนาน แต่เชื่อว่าการส่งออกไทยจะยังขายตัวได้จากการส่งออกไปประเทศในเอเชีย ที่กำลังซื้อดีขึ้นและเป็นกำลังหนุนให้เศรษฐกิจโลกปีนี้ขยายตัวได้ 2.5-2.8% จาก 2.2-2.3% ในปีที่ผ่านมา

ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯ และยุโรปยังต้องใช้เวลาแก้ปัญหาทั้งภาครัฐและธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยระยะสั้นต้องดูแลค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับคู่แข่ง

อีกด้านหนึ่งต้องเดินหน้าเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ เพื่อใช้เป็นกลไกในการฟื้นเศรษฐกิจ และไทยจำเป็นต้องเตรียมตัวเจรจาให้พร้อมและปรับกฎระเบียบสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์จากข้อตกลง โดยเฉพาะเอฟทีเอกับยุโรป เพราะสิทธิพิเศษทางศุลกากร (จีเอสพี) ที่ไทยเคยได้จากยุโรปจะหมดลงเมื่อถึงวันที่ 1 ม.ค.2558 และยังจะเสียเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเจรจาเอฟทีเอกับอียู เช่น เวียดนาม

หทัย อู่ไทย รองผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจยุโรปยังมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะแม้การส่งออกไปยุโรปโดยตรงจะอยู่ที่ 10% ของการส่งออกรวม แต่มีแนวโน้มว่าการส่งออกไปยังยุโรปของคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างจีนและสหรัฐมีการชะลอตัวต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท