posttoday
อำนาจการนำในศตวรรษที่21

อำนาจการนำในศตวรรษที่21

01 กุมภาพันธ์ 2556

ฮิลลารี คลินตัน ผู้กลายเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา พูดไว้ที่สิงคโปร์อย่างน่าคิด ในการเยือนประเทศอาเซียนเมื่อปลายปีก่อนว่า “ภาวะผู้นำของโลกนั้นมิได้เป็นสิทธิแต่กำเนิดของสหรัฐอเมริกาหรือมหาอำนาจชาติใดทั้งสิ้น หากเป็นเรื่องที่ต้องคอยเฝ้าดูแลใกล้ชิด และเป็นสิ่งที่ต้องทำมาหาใหม่อยู่เสมอ”

ฮิลลารี คลินตัน ผู้กลายเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา พูดไว้ที่สิงคโปร์อย่างน่าคิด ในการเยือนประเทศอาเซียนเมื่อปลายปีก่อนว่า “ภาวะผู้นำของโลกนั้นมิได้เป็นสิทธิแต่กำเนิดของสหรัฐอเมริกาหรือมหาอำนาจชาติใดทั้งสิ้น หากเป็นเรื่องที่ต้องคอยเฝ้าดูแลใกล้ชิด และเป็นสิ่งที่ต้องทำมาหาใหม่อยู่เสมอ”

คำกล่าวนี้สะท้อนความเจนจบของผู้พูด ที่เข้าใจการครองอำนาจอย่างลึกซึ้ง ว่าการรักษาอำนาจการนำในฐานะมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกเป็นสิ่งที่สหรัฐอเมริกาเพิกเฉยนอนใจไม่ได้ และรู้ดีว่าการครองสถานะนั้นในเวลาที่ผ่านมามิใช่หลักประกันในตัวมันเองว่า อำนาจการนำจะดำรงอยู่ต่อไปในอนาคต โดยสหรัฐไม่ต้องออกแรงทำอะไรอีก

อำนาจคล้ายแต่ไม่เหมือนทรัพย์สินที่เมื่อครอบครองและทวีมูลค่าให้งอกเงยแล้ว จะยังความมั่งคั่งให้แก่ผู้เป็นเจ้าของเสมอไป แต่การครอบครองอุปกรณ์ของอำนาจรัฐ เช่น แสนยานุภาพทางทหาร สถานะทางเศรษฐกิจ นวัตกรรมและเทคโนโลยี หรือตำแหน่งที่มีสิทธิพิเศษในองค์การระหว่างประเทศ การทำให้งอกเงยไม่สำคัญเท่ากับว่าจะใช้อำนาจเหล่านี้อย่างไร และเพื่อเป้าหมายใด

คำกริยาสำคัญของอำนาจ ที่จะทำให้มหาอำนาจชาติหนึ่งเป็นผู้ครองอำนาจการนำ และได้รับการยอมรับจากรัฐอื่นๆ โดยไม่ต้องอาศัยการบีบบังคับ มิใช่เพียงแค่ว่ามีอำนาจอะไร แต่ยังรวมถึงว่าจะทำอะไรกับอำนาจที่มี และการทำนั้นสอดคล้องกับความคาดหวังของรัฐอื่นๆ ช่วยให้รัฐอื่นๆ สามารถบรรลุผลประโยชน์ของเขาได้ หรือแสดงให้รัฐอื่นๆ ประจักษ์ว่าตนใช้อำนาจที่มี ก็เพื่อปกป้องรักษาสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของสังคมระหว่างประเทศ

หากผู้ใดเข้าใจไปว่าการครองอำนาจเหมือนกับทรัพย์สิน ก็เป็นอันหวังได้ว่าหายนะจะคือสุคติของผู้นั้น

แทนการอาศัยกำลังความรุนแรงแต่เพียงด้านเดียว สหรัฐมีแบบแผนยุทธศาสตร์การรักษาอำนาจการนำ ที่ผสานมิติการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการแสดงบทบาทและการวางกฎกติกาเพื่อสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์แก่การดำเนินปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐในมิติต่างๆ

แน่นอนว่าในทางหนึ่งย่อมเป็นบทบาทและกฎกติกาที่เอื้อต่อการรักษาภาวะผู้นำ และความได้เปรียบของสหรัฐในเวทีโลกอยู่เสมอไป และในอีกทางหนึ่งย่อมเป็นบทบาทและกฎกติกาที่อ้างอิงและส่งเสริมคุณค่าที่สหรัฐเชื่อ และสามารถชักนำใครต่อใครให้ยึดถือในความเป็นสากลของมัน ไม่ว่าจะเป็น เสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ความเสมอภาคทางโอกาส หรือหลักการด้านมนุษยธรรม

สิ่งที่ทำให้สหรัฐอเมริการักษาอำนาจการนำไว้ได้ยาวนาน นอกเหนือจากคุณภาพและปริมาณ ทั้งที่เป็นวัตถุรูปธรรมและพลังนามธรรมของอุปกรณ์แห่งอำนาจรัฐที่สหรัฐครอบครองอยู่มากกว่าประเทศใดแล้ว ได้แก่เงื่อนไขสำคัญๆ เหล่านี้

หนึ่ง สหรัฐมั่นใจในความมั่นคงของตน ทั้งในแง่การยากจะถูกรุกรานจากภายนอก และความชอบธรรมของระบอบการเมืองที่ทำให้เกิดความมั่นคงภายใน รัฐมหาอำนาจใดที่รู้สึกว่าความมั่นคงของตนทั้งภายนอกและภายในยังเป็นปัญหา การใช้อำนาจก็จำเป็นต้องมุ่งที่การบรรลุเป้าหมายความมั่นคงนั้นก่อน มากกว่าจะใช้ไปเพื่อสร้างอำนาจนำในระบบระหว่างประเทศ

สอง เศรษฐกิจที่มีผลิตภาพและการกระจายรายได้ที่เหมาะสมแก่ชนชั้นต่างๆ รวมทั้งความสามารถในการปรับตัวจากวิกฤต สามารถสร้างและรักษาฉันทามติภายในสังคมอเมริกัน เกี่ยวกับเป้าหมายยุทธศาสตร์การครองอำนาจนำ ที่ยอมให้มีการผันทรัพยากรและความมั่งคั่งที่มีอยู่เพื่อไปแบกรับภารกิจและการดำเนินบทบาทระหว่างประเทศ และอีกด้านหนึ่ง ระบบเศรษฐกิจอเมริกันเปิดให้ชนชั้นนำและชนชั้นกลางประเทศอื่นๆ ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวและความมั่งคั่งของสหรัฐ

จึงต้องติดตามว่าการถดถอยทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง วิกฤตเศรษฐกิจที่เลือกการปรับตัวด้วยการผลักภาระ หรือสร้างปัญหาผลกระทบแก่เศรษฐกิจของรัฐอื่น และการเริ่มสูญเสียฉันทามติในสังคม เพราะความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลอย่างไรต่ออำนาจการนำของสหรัฐ

และสุดท้าย คนที่ครองอำนาจมากเข้ามักเกิดอหังการที่นำไปสู่การใช้อำนาจอย่างเลยเถิด สหรัฐเป็นประเทศหนึ่งที่หลายครั้งย่ามใจใช้อำนาจจนเกินเลยและสูญเสียความชอบธรรมไปไม่น้อย แต่สหรัฐมีวัฒนธรรมของสังคมเสรีและระบบการสร้างสรรค์ปัญญาความรู้อย่างเปิดกว้าง ซึ่งช่วยให้การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดได้รับการวิพากษ์ อันนำไปสู่การเรียนรู้และแสวงหาทางเลือกสำหรับการปรับตัวในเวลาไม่นานนัก

หนทางไปสู่การครองอำนาจนำในศตวรรษที่ 21 จะสามารถอาศัยเงื่อนไขอื่นแตกต่างจากที่สหรัฐใช้มาตลอดศตวรรษที่ 20 ได้หรือไม่ หรือสหรัฐจะสามารถรักษาเงื่อนไขเดิมไว้ได้หรือไม่ เราคงจะได้รู้กันในเวลาไม่ช้าไม่นานต่อจากนี้ รวมทั้งรู้ว่าถ้ามหาอำนาจที่ไม่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกับที่สหรัฐมี ปรารถนาจะก้าวขึ้นมามีอำนาจนำบ้าง ประเทศนั้นจะทำเช่นไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเสถียรภาพและสันติภาพระหว่างประเทศ

ว่าแต่เราพร้อมหรือยัง?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท