posttoday
สัญญาณปรับ ครม.

สัญญาณปรับ ครม.

31 มกราคม 2556

เป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อนายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานคนที่ 1 และ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม เป็นรองประธานคนที่ 2

เป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อนายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานคนที่ 1 และ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม เป็นรองประธานคนที่ 2

ส่วนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุดนี้

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ต้องไปกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมถึงกำหนดสาขาของเอสเอ็มอีที่จะได้รับความช่วยเหลือที่ชัดเจนด้วย ให้กำหนดกรอบการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี จากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในลักษณะงบฉุกเฉินเร่งด่วน หรือเป็นเงินอุดหนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ประกอบการจนสามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้

ที่เห็นเป็นการเปลี่ยนแปลงก็คือ ได้มีการยึดอำนาจในมือของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ ผู้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ มาไว้ในมือของ รมต.ประจำสำนักนายกฯ

เรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศนั้น เป็นเรื่องเศรษฐกิจอย่างแน่นอน และที่ผ่านมาเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของนายกิตติรัตน์มาโดยตลอด

ถัดมาเพียง 1 วัน นายกฯ ก็สั่งตั้งทีมนักเศรษฐศาสตร์การเงิน ให้ปรึกษาหารือกำหนดมาตรการที่จำเป็นในการรับมือค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวนจากเงินทุนไหลเข้าในระยะสั้น โดยทีมนักเศรษฐศาสตร์มีนายกิตติรัตน์ เป็นตัวแทนของรัฐบาล มีนักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญในรัฐบาล เช่น นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้อีก จากเดิมที่เรื่องนี้เป็นอำนาจของ รมว.คลัง ในฐานะผู้ดูแลงานของ ธปท.

คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จากผลกระทบเงินบาทแข็งค่าและการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งผ่านมาเกือบ 1 เดือน ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในการช่วยเหลือเอกชน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอกชนระบุว่า มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีของรัฐที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไม่มีอะไรใหม่ และแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด

นี่เป็นเหมือนสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของทีมเศรษฐกิจอีกรอบ สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลแบบเดิมๆ น่าจะแก้ไขปัญหาไม่ได้อีกแล้ว จึงต้องตั้งทีมใหม่ขึ้นมา เพื่ออุดช่องโหว่ของการทำงาน เพราะ1เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่านโยบายแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และยอมรับว่ามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ออกมานั้น ยังไม่เพียงพอจะช่วยเอกชนจริงๆ

เมื่อผิดแล้วแก้ไขในเวลาที่เหมาะสม ก็ดีกว่าผิดแล้วยังดื้อดึงทำต่อไป จนทำให้ปัญหารุนแรงจนแก้ไขได้ยาก m

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์