
ต้องดูแลค่าเงิน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ แสดงความกังวลถึงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงไปแล้วถึง 7% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีผลประกอบการย่ำแย่ที่สุดในภูมิภาคเมื่อปีที่แล้ว สวนทางกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ถึง 6.3%
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ แสดงความกังวลถึงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงไปแล้วถึง 7% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีผลประกอบการย่ำแย่ที่สุดในภูมิภาคเมื่อปีที่แล้ว สวนทางกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ถึง 6.3%
จาการ์ตา โพสต์ ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารองผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ฮาร์ตาดี เอ. ซาร์โวโน ให้คำมั่นจะแทรกแซงค่าเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และร้องขอให้ผู้ส่งออกเลือกดำเนินธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารในอินโดนีเซีย ทว่าการให้คำมั่นดังกล่าวก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอ ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่ต้นตอ
บทบรรณาธิการระบุว่า การอ่อนค่าลงของค่าเงินรูเปียห์ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีค่าเงิน เนื่องจากแบงก์ชาติได้วางมาตรการป้องกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงน่าจะมาจากดุลยภาพภายนอก จากการที่อินโดนีเซียขาดดุลการค้าถึงราว 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ทั้งที่ในปีก่อนหน้าเพิ่งเกินดุลการค้าไป 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ที่น่ากังวลที่สุดก็คือ ปัญหาด้านการผลิตน้ำมันในประเทศ เนื่องจากอินโดนีเซียอาจไม่สามารถผลิตน้ำมันได้ตามเป้าที่วางไว้วันละ 9 แสนบาร์เรล โดยกำลังการผลิตในปีนี้อาจหายไปถึงวันละ 7 หมื่นบาร์เรล ทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์อาจเลวร้ายลงอีกหากรัฐบาลตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการอุดหนุนน้ำมันให้กับภาคประชาชน เพราะจะนำไปสู่การขาดดุลทางการคลัง และส่งผลกระทบต่อค่าเงินตามมา







