
"โฆสิต"วอนคนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ
โฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 10 เรียกตัวเองว่า “ผู้ว่าฯ 3 กะ” หรือบางคนก็เรียกว่าผู้ว่าฯ 711 ด้วยชูสโลแกนกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง ในการหาเสียง
โฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 10 เรียกตัวเองว่า “ผู้ว่าฯ 3 กะ” หรือบางคนก็เรียกว่าผู้ว่าฯ 711 ด้วยชูสโลแกนกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง ในการหาเสียง
โฆสิตให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ว่า ต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มพลังเงียบ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2.6 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดออกมาเลือกผู้สมัครอิสระ เพื่อให้หลุดพ้นจากความเชื่อเก่าๆ ว่า ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองเท่านั้น ที่จะแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นจริง
โฆสิตใช้ภาษาการตลาดเรียกกลุ่มพลังเงียบที่ว่า “บลู โอเชียน” ซึ่งเขาระบุว่า จะอาสามาให้ประชาชนสรรหา “ลูกจ้าง” เข้ามาแก้ปัญหาให้คนกรุงด้วยเงินเดือน 1.1 แสนบาท
“ผมต้องการให้คนกรุงเทพฯ เปลี่ยนความเชื่อในการเลือกตั้งว่าผู้สมัครจากพรรคการเมืองแก้ปัญหาไม่ได้จริง แต่ผมแก้ได้ เช่น กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง สามารถทำให้คนสามารถติดต่อราชการทุกสำนักงานเขตได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องลางาน ยกระดับตลาด 24 ชั่วโมง ให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปจับจ่ายในหลายจุด” โฆสิต ระบุ
นอกจากนี้แล้วจะโซนนิงหาบเร่แผงลอยให้ไปรวมอยู่ในจุดเดียว เช่น เปิดตลาดใหม่ในแต่ละเขต โดยไม่ต้องไปยึดฟุตปาทขายของเช่นที่เป็นอยู่
ถามย้ำ...จะแก้ปัญหาจราจรอย่างไร โฆสิต บอกว่า หากใครบอกว่าสามารถแก้รถติดได้ถือว่าโกหก เพราะ กทม.เป็นเมืองที่หนาแน่น ดังนั้นจะต้องทำให้ กทม. “หลวม” คือผ่อนหนักเป็นเบา โดยใช้นโยบายกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง เป็นต้นว่า เมื่อคนที่ทำงานเลิกกลางคืนสามารถไปทำติดต่องานทะเบียนที่สำนักงานเขตได้ตลอดเวลา นั่นเท่ากับไม่ต้องหยุดงานเพื่อออกจากบ้านไปติดต่อในเวลากลางวัน รถก็จะหายไปจำนวนหนึ่ง และหากทำให้กรุงเทพฯ ปลอดภัย นั่นเท่ากับจะมีธุรกิจที่จะเปิดบริการ 24 ชั่วโมงมากขึ้น เกิดการจ้างงานมากขึ้น
หากอธิบายให้ชัดมากขึ้น หมายถึงโฆสิตจะทำให้คนจำนวนหนึ่งใช้ชีวิตกลางคืน อีกจำนวนหนึ่งใช้ชีวิตกลางวัน ซึ่งจะทำให้รถยนต์ไม่ต้องออกมาแล่นบนถนนพร้อมกันเฉพาะเวลากลางวัน
ด้านนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่องคนกรุงกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งที่ 2 พบว่า พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ได้รับ คะแนนนิยม 23.82% นำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ 19.16% ในขณะที่อีก 48.04% ยังไม่ตัดสินใจ
สำหรับบรรยากาศการหาเสียง พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ไปหาเสียงที่หมู่บ้านสัมมากร ย่านรามคำแหงและบริเวณใกล้เคียง โดยเสนอนโยบายรถรับส่งนักเรียนฟรี เพิ่มเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ยกระดับศูนย์สุขภาพชุมชนเป็นโรงพยาบาลชุมชน จัดหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ เพิ่มสถานที่ออกกำลังกายและสวนสาธารณะในพื้นที่ของราชพัสดุเนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ เพื่อผู้สูงอายุ
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลงพื้นที่อุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 โดยหากได้รับเลือกตั้ง จะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์รัชดาฯสุทธิสาร ยาว 6.4 กม. งบ 2,500 ล้านบาท อุโมงค์บึงหนองบอนยาว ยาว 9.4 กม. งบ 4,900 ล้านบาท และอุโมงค์คลองเปรมประชากร 13.5 กม. งบ 6,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถ ระบายน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่ 340 ตร.กม.
นอกจากนี้ จะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งธนบุรีอีก 3 แห่ง คือ อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา จากบริเวณคอขวดถนนเพชรเกษมถึงคลองภาษีเจริญ ยาว 2 กม. อุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัยยาว 8.3 กม. และอุโมงค์ส่งน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ถึงคลองสุวรรณภูมิ ระยะทาง 20 กม. คาดว่าใช้งบประมาณร่วม 8,000 ล้านบาท







