
ตั้งฉก.ดค่าบาท
ยิ่งลักษณ์สั่งเสริมทีมศึกษาแก้บาทแข็งดร.โกร่งบี้ธปท.ลดดอกเบี้ยสกัดเงินร้อน
ยิ่งลักษณ์สั่งเสริมทีมศึกษาแก้บาทแข็งดร.โกร่งบี้ธปท.ลดดอกเบี้ยสกัดเงินร้อน
นายกฯ สั่งตั้งทีมนักเศรษฐศาสตร์ศึกษามาตรการรับมือค่าเงินบาท ด้านประธาน ธปท.จี้แบงก์ชาติลดดอกเบี้ย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. โดยสั่งให้ตั้งทีมนักเศรษฐศาสตร์การเงิน เพื่อหารือกำหนดมาตรการที่จำเป็นรับมือค่าเงินบาทผันผวน
ทีมนักเศรษฐศาสตร์ มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นตัวแทนของรัฐบาล มีนักเศรษฐศาสตร์สำคัญหลายคน เช่น นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เป็นต้น
อย่างไรก็ดี แม้จะมีทีมงานดูแลค่าเงิน แต่อำนาจการบริหารยังอยู่ในการพิจารณาของ ธปท.
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ธปท.รายงานเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและผันผวนขณะนี้ เพราะเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดพันธบัตร แม้เงินทุนที่ไหลเข้ามาบางส่วนเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ไม่มีหลักประกันว่าเงินทุนเหล่านี้จะอยู่ยาว
“ที่ประชุมห่วงว่าการไหลเข้าของเงินทุนต่างๆ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และไม่มีหลักประกันว่าเงินเหล่านี้จะอยู่ระยะยาว ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยง ในขณะที่ทุกฝ่ายต้องการเห็นค่าเงินมีเสถียรภาพและไม่พอใจกับการเห็นค่าเงินบาทที่ผันผวนอย่างนี้”นายกิตติรัตน์กล่าว
นายกิตติรัตน์ ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า แผนการลงทุนของรัฐบาลจะทำให้ค่าเงินบาททวนกระแสอ่อนค่าลงได้บ้าง แต่เนื่องจากการลงทุนเป็นมาตรการระยะกลางและระยะยาว จึงไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ระยะสั้นที่มีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม
ดร.โกร่ง" เสนอลดดอกเบี้ยสกัดเงินทุนไหลเข้า ชี้เป็นทางเดียวที่จะรอดจากเงินทุนไหลท่วม
นายวีรพงษ์ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นและอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ได้สร้างความกังวลต่อปัญหาเงินร้อนที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ของไทยอย่างร้อนแรง ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ราราหุ้นปรับตัวขึ้นสูง สะท้อนว่าเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไร ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น และอาจสร้างปัญหาฟองสบู่ในตลาดเงิน และลุกลามถึงภาคอสังหาริมทรัพย์
“ตอนนี้ช่วงนี้ทุกคนห่วงปัญหานี้ เมื่อเช้ารัฐบาลก็ประชุม แต่ไม่มีใครพูดถึงการแก้ปัญหาที่ตรงจุด การจะแก้ปัญหาเงินทุนไหลเข้าต้องแก้ให้ตรงกับปัญหา ตอนนี้ประเทศต่างๆ ปล่อยสภาพคล่องท่วมโลก ดอกเบี้ยสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ต่ำ 0.25% แต่ดอกเบี้ยเราสูงโต่ง 2.75% อยู่คนเดียว จุดหนึ่งที่เงินไหลเข้า ผมว่าถ้าดอกเบี้ยเรากับสหรัฐต่างกันขนาดนี้การไหลเข้าของเงินจะเอาไม่อยู่ ฟองสบู่ในตลาดทุนจะยิ่งเพิ่มขึ้น จะให้ธปท.แทรกแซงคงทำได้ไม่มาก ผมว่าวิธีการที่หยุดเงินทุนระยะสั้นไหลเข้าเห็นมีอยู่ทางเดียว คือ ต้องลดดอกเบี้ยลง” เพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้านายวีรพงษ์ กล่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 1 บาท จะทำให้การส่งออกหดตัวลง 0.4% กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 2.3% แต่ส่งผลดีให้เงินเฟ้อลดลง 0.2%







