posttoday
ปฏิรูปกฏหมายเข้าเมืองความหวัง ชุบชีวิตศก.มะกัน

ปฏิรูปกฏหมายเข้าเมืองความหวัง ชุบชีวิตศก.มะกัน

31 มกราคม 2556

ถือเป็นเรื่องประหลาดใจไม่น้อยสำหรับการที่คณะตัวแทนจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

ถือเป็นเรื่องประหลาดใจไม่น้อยสำหรับการที่คณะตัวแทนจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐสามารถบรรลุความเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับการเร่งปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศขึ้นใหม่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ประเด็นการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวดูเหมือนว่าจะยังไม่มีท่าทีว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างความหวาดกลัวว่าจะเป็นการเพิ่มภาระด้านภาษีของประชาชนมากขึ้น อีกทั้งจะทำให้คนต่างด้าวยิ่งเข้ามามากกว่าเดิม

จากข้อตกลงที่มีขึ้นอย่างไม่มีใครนึกคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปได้ ก็ทำให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา และเหล่าบรรดานักธุรกิจจำนวนมากของสหรัฐรีบออกโรงให้การสนับสนุนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูโดยไม่ต้องสงสัย

เนื่องจากการผ่อนคลายเงื่อนไขให้แรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ในประเทศกว่า 11 ล้านคนได้รับสถานะความเป็นพลเมืองสหรัฐ รวมไปถึงมาตรการสนับสนุนอื่นๆ ที่มีขึ้นเพื่อจูงใจให้แรงงานที่มีศักยภาพสูงเข้ามาทำงานในประเทศถูกมองว่าน่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยพลิกฟื้นและสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังซบเซาได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ปัจจัยที่บีบให้สหรัฐต้องหันมาให้ความสำคัญต่อแผนปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองที่ตึงตัวและไม่สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนั้นก็คือกฎหมายที่มีอยู่ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเอื้อและจูงใจให้คนต่างชาติที่มีศักยภาพในการทำงานสูงเข้ามาหางานทำในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สัดส่วนวีซ่าถาวรแก่ผู้ที่มีสายเลือดทางครอบครัวหรือการสมรส มากกว่าการพิจารณามุ่งเน้นไปที่ปัจจัยในเรื่องของความรู้ความสามารถ และศักยภาพในการทำงาน

จึงไม่แปลกที่กฎหมายล้าหลังดังกล่าวที่ส่วนใหญ่ใช้มาตั้งแต่ปี 1965 นี้จะถูกมองว่าเป็นการพลาดโอกาสในการคว้าตัวทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเอาไว้ ทั้งๆ ที่สหรัฐเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษา และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับต้นๆ โลกเป็นจำนวนมาก

ในทางตรงกันข้าม ปัจจุบันแนวโน้มของต่างประเทศ อาทิ แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ไม่เว้นแม้แต่จีน และอินเดีย ต่างหันออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ มากมายเพื่อให้หวังเอาใจและดึงดูดให้ชาวต่างชาติที่มีการศึกษาและศักยภาพสูงเข้ามาลงทุนหรือทำงานในประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งปัจจุบันแรงงานต่างชาติศักยภาพสูงเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก

ดังนั้น การผ่อนคลายกฎหมายการเข้าเมือง และให้สิทธิคนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศ จึงน่าจะถือเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงแรงงานผู้มีศักยภาพได้เข้าช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การบริโภคในประเทศ รวมไปถึงการขยายฐานการจัดเก็บภาษีให้กว้างมากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นแนวทางในการช่วยลดปริมาณการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ ที่ปัจจุบันมีหนี้สินอยู่กว่า 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ราอูล ฮิโนโจซา โอเจดา ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการอพยพประชากร จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย คาดการณ์ว่า ผลที่จะได้รับจากการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวว่าจะช่วยเพิ่มเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสหรัฐถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจำนวนดังกล่าวถือเป็นการช่วยเพิ่มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐถึง 0.8% ของจีดีพีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ อีกหนึ่งผลดีที่สหรัฐจะได้รับจากการปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองทั้งที่มีอยู่เดิม และเพิ่มคนในวัยทำงานใหม่ๆ เข้ามาก็คือ การช่วยชดเชยภาวะคนในวัยทำงานของสหรัฐที่จะคาดว่าลดลงในอนาคตี เนื่องจากปัจจุบันอัตราการเกิดในสหรัฐลดต่ำลงมาก ในขณะที่คนเข้าสู่วัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) กลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากยังไม่รีบแก้ไข แน่นอนว่าภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการจะสูงขึ้น และคนทำงานในอนาคตจะต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อหาเงินมาจ่ายภาษีรัฐที่ต้องเอาไปดูแลคนแก่ที่มากขึ้น

“ประชากรผู้อพยพในสหรัฐจะต้องเร่งเพิ่มให้มากขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อรักษาจำนวนประชากรในวัยทำงานให้อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพเอาไว้ ที่อัตราส่วน 67% ของจำนวนประชากรในประเทศ” จอร์จ แมคนัส ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจอาวุโสอิสระ จากธนาคารยูบีเอส สาขากรุงลอนดอน กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงบประมาณของสภาคองเกรสสหรัฐประเมินไว้เมื่อปี 2007 ว่า การปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองและดึงแรงงานผิดกฎหมายมาอยู่ในระบบได้จะทำให้รัฐบาลมีรายได้มากขึ้น 4.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 20082017 ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวจะถูกใช้ไปกับสวัสดิการ และโครงการด้านสุขภาพต่างๆ ถึง 2.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญบางส่วนกลับเห็นว่าข้อดีจากการปฏิรูปกฎหมายแรงงานอาจไม่ได้ดีจริงอย่างที่คิดไว้ เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับทางเศรษฐกิจจากการนำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาในระบบได้ถูกคิดคำนวณเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ผลดีที่คาดหวังไว้ว่าจะได้รับจากการปฏิรูปก็ไม่แน่ว่าจะเกิดได้จริง เพราะปัจจุบันยังเป็นเพียงข้อเสนอเริ่มต้นเท่านั้น และยังมีหนทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดของแผนปฏิรูปที่สองพรรคการเมืองยังไม่สามารถตกลงกันได้

เพราะหนึ่งในเงื่อนไขที่ฝ่ายพรรครีพับลิกันตั้งขึ้นมาก็คือ การอนุมัติให้สถานะพลเมืองแก่แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวละตินอเมริกัน และชาวเม็กซิโก ทางสหรัฐจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการสกัดกั้นผู้อพยพหนีเข้าเมืองที่มีอยู่เดิมให้เข้มข้นขึ้น ขณะที่พรรคเดโมแครตดูเหมือนว่าจะไม่ยอมประนีประนอมด้วย และล่าสุดได้ออกมาปฏิเสธแล้ว

ฉะนั้น จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่า หากแผนปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองขึ้นมาจริงๆ ขึ้นมา กฎหมายดังกล่าวจะกลายเป็นความหวังครั้งใหม่ที่จะมาช่วยกู้ชีพเศรษฐกิจเมืองลุงแซมที่จมอยู่ในภาวะซบเซามาหลายปีได้จริงแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง