posttoday
"พงศพัศ"เปิดนโยบาย8ข้อสร้างอนาคตกทม.

"พงศพัศ"เปิดนโยบาย8ข้อสร้างอนาคตกทม.

30 มกราคม 2556

"พงศพัศ"เปิดนโยบาย8ข้อสร้างอนาคตกรุงเทพร่วมกับรัฐบาล ปลุก สส.สก.สข.พรรคนำนโยบายสู่ประชาชน

"พงศพัศ"เปิดนโยบาย8ข้อสร้างอนาคตกรุงเทพร่วมกับรัฐบาล ปลุก สส.สก.สข.พรรคนำนโยบายสู่ประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย มีการเปิดนโยบาย 8 ด้านอย่างเป็นทางการของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำ กทม.พรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรค เป็นต้น

พล.ต.อ.พงศพัศ ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า เป็นการเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการครั้งแรกทั้งหมด 8 ข้อที่กลั่นกรองมาจากการรับฟังปัญหาของ สส.สก.สข. ของพรรครวมถึงทางพรรคเพื่อไทยได้ทำการบ้านสรุปรวมปัญหาจนออกมาเป็นนโยบายเหล่านี้ ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือ สส.สก.และสข.นำแผ่นพับพร้อมทั้งนโยบายไปเข้าถึงประชาชนทุกบ้านพื้นที่ 1,568 ตร.กม.ในกทม.อยากให้ทุกเช้าก่อนที่ประชาชนออกจากบ้านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยหลังจากนี้จะพร้อมลงพื้นที่รับฟังปัญหาเพื่อมาเพิ่มเติมนโยบาย อีกทั้งยังพร้อมแก้ไขนโยบายในแต่ละข้อที่ประชาชนเห็นว่ายังไม่ตรงจุด

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้กังวลใจกรณีที่มีการระบุว่าหากผู้ว่าฯ กับรัฐบาลมาจากพรรคเดียวกันแล้วจะไม่เกิดการถ่วงดุล เพราะระบบการตรวจสอบมีสภา กทม.คอยตรวจสอบอยู่แล้วประมาณ 60 คน โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็น สก.จากพรรคประชาธิปัตย์ มีสก.จากพรรคเพื่อไทยเพียง 14 คนเท่านั้น ดังนั้นมั่นใจว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. สก.จากพรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯ เพื่อไทยแน่นอน แต่หากผู้ว่าฯ กทม.มาจากพรรคเดียวกันกับ สก.ที่มีจำนวนมากส่วนตัวมองว่าจะทำให้การตรวจสอบน้อยลง

พล.ต.อ.พงศพัศ ยังกล่าวด้วยว่า นโยบาย 8 ข้อนั้นเป็นเพียงนโยบายขั้นพื้นฐานเท่านั้น หลังจากนี้จะมีการทยอยเปิดตัวนโยบายอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้อง กทม.มากขึ้น                 

ทั้งนี้ นโยบาย 8 ข้อประกอบด้วย

นโยบาย 1.ซื้อสินค้าราคาถูก ลดหนี้นอกระบบ ใช้กองทุนชุมชนเมือง ลดรายจ่าย สร้างรายได้ แยกเป็น 5 ข้อ คือ 1.สร้างคุณภาพชีวิต โดยลดภาระหนี้นอกระบบให้คนกทม. มีแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สามารถมีโอกาสทำมาค้าขาย 2.พ่อค้า แม่ค้า จะได้รับการคุ้มครองดูแล และมีรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 3.สร้างศูนย์โอทอป เพื่อให้คน กทม.สามารถนำสินค้าจากชุมชนต่างๆ มาจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี  4.ส่งเสริมการสร้างตลาด กทม.เพิ่มขึ้น และจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้า ในสำนักงานเขต เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก และ 5.ปรับปรุงย่านการค้าให้เป็นเอสเอ็มอีเซ็นเตอร์ เพื่อให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ได้มีโอกาสค้าขายกับกลุ่มเออีซี และธุรกิจระดับโลก

นโยบาย 2. วางโครงข่ายจราจร และระบบขนส่งมวลชนใหม่ คืนเวลาให้ภาคธุรกิจ คืนความสุขให้ครอบครัว ประกอบด้วย 1.จัดตั้งศูนย์ควบคุมระบบไฟสัญญาณจราจร โดยการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ และให้ครอบคลุมทุกทางแยก และติดตั้งกล้องซีซีทีวีในทุกเส้นทางเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวและการสะสมของรถบนท้องถนน 2.ประสานงานแก้ไขปัญหาจราจรร่วมกับ ขสมก.โดยจัดระบบการเดินรถใหม่ ลดความซ้ำซ้อนของเส้นทางการเดินรถ เพื่อเพิ่มพื้นผิวและลดปัญหาจราจร 3.ประสานงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม สร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยกระจายปริมาณรถและย่นระยะเวลาการเดินทางไป-กลับ เพื่อการขุดอุโมงค์และสร้างสะพานข้ามแยก เพื่อให้การเดินรถเกิดความต่อเนื่อง4.ขยายโครงข่ายจราจรในพื้นที่ กทม.รวมทั้งวงแหวนที่ต้องเชื่อมต่อกับโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม  5.ทำระบบ Feeder โดยสร้างโครงข่าย Monorail และรถเมล์รับส่งคน กทม.ให้สามารถเข้าถึงบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีได้สะดวก 6.สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ถนนทุกสายใน กทม. 7.ปรับปรุงที่พักผู้โดยสารเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ผู้ใช้บริการรถสาธารณะ พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย

นโยบายที่ 3. แก้ปัญหาอาชญากรรม อัคคีภัย เฝ้าระวังความปลอดภัย 24 ชม ประกอบด้วย 1.จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังอาชญากรรมและอัคคีภัย โดยประสานงานเพื่อเชื่อมระบบซีซีทีวีระหว่าง กทม. ตำรวจ ตึกสูง นิติบุคคลหมู่บ้าน และคอนโดมิเนียมทั่ว กทม. ซึ่งจะเป็นศูนย์เฝ้าระวังอาชญากรรมและอัคคีภัยตลอด 24 ชม.เพื่อสามารถกำหนดเป้าหมายและประสานงานให้ทีมเจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์เครื่องมือให้ความช่วยเหลือเข้าถึงสถานที่เกิดเหตุได้ทันที 2.ให้ความสำคัญกับแผนซ้อมอัคคีภัย และอุบัติภัย ณ ตึกสูง อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียมทั่วกรุงเทพฯ 3.ติดตั้งกล้องซีซีทีวีในตรอกซอกซอย ชุมชน พื้นที่เสี่ยง จุดเสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับคน กทม.ตลอด 365 วัน 4.ประสานงานกับการไฟฟ้านครหลวงติดตั้งไฟส่องสว่างให้ทั่วทุกพื้นที่เพื่อให้คน กทม.ที่เดินทางและทำงานในเวลากลางคืน หรือต้องทำงานล่วงเวลา เพื่อลดความเสี่ยงทางอาชญากรรม

นโยบายที่ 4. ขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากชุมชน คืนลูกหลานให้พ่อแม่ ประกอบด้วย 1.สนับสนุนการขยายโครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” ให้ครบทุกชุมชนที่ยังเป็นพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด โดยเปิดบ้านอุ่นใจเป็นศูนย์ประสานงาน เฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชนและเป็นสถานบำบัดรักษาฟื้นฟูเด็ก และเยาวชนที่ติดยาเสพติด 2.ให้ทุกโรงเรียนในสังกัด กทม.เป็นโรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง  3.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในชุมชนเสี่ยงให้ทุกชุมชนมีลานกีฬาหรือลานกิจกรรม เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีสถานที่ออกกำลังกายอย่างเพียงพอไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข 4.ให้โรงพยาบาลในสังกัดใน กทม.ทุกแห่ง เป็นศูนย์ฟื้นฟูและบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นโยบายที่ 5. บริหารจัดการน้ำไม่ท่วม ไม่เอ่อ ไม่ขัง ท่อไม่ตันอีกต่อไป ประกอบด้วย 1.ร่วมกับรัฐบาลในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้พื้นที่ กทม.ไม่มีปัญหาในเรื่องของน้ำท่วม โดยปรับปรุงท่อระบายน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ และขยายท่อระบายน้ำให้กว้างขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมต่อท่อระบายน้ำจากหมู่บ้านและชุมชนให้น้ำสามารถไหลลงสู่คลองได้อย่างรวดเร็วและแก้ไขอุโมงยักษ์ระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 2.ขุดลอกและรักษาคูคลอง ท่อระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปรับ ปรุงคุณภาพน้ำในคูคลองให้ระบบนิเวศคืนกลับมา 3.ตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำในระดับพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การพยากรณ์อากาศ ระดับน้ำ การระบายน้ำอย่างใกล้ชิด  4.สร้างเขื่อนริมตลิ่ง ริมแม่น้ำ เพื่อป้องกันพื้นที่ลุ่มต่ำไม่ให้น้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือน เลือกสวนไร่นา 5.ยกระดับพื้นผิวถนนที่อยู่ในระดับต่ำและผิวถนนที่มีน้ำท่วมขังทุกครั้ง เมื่อฝนตกหนักทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน และในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ  6.ขยะหน้าบ้านเก็บทั้งวัน กทม.สะอาดสดใสไร้มลพิษ

นโยบายที่ 6. ขยะหน้าบ้านเก็บทั้งวันกทม.สะอาดสดใสไร้มลพิษ ประกอบด้วย 1.เพิ่มพนักงานและรถเก็บขยะให้มากขึ้นโดยมีการบริหารจัดการให้สามารถเก็บขยะได้ทั้งวัน 2.ปรับปรุงระบบการแยกขยะเพื่อนำขยะไปรีไซเคิล และใช้ประโยชน์ด้านพลังงานให้มากขึ้น 3.เพิ่มเตาเผาขยะไร้มลพิษ เพื่อกำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

นโยบายที่ 7. ทางเลียบริมเจ้าพระยาให้คนกทม.ขี้จักรยาน เดิน วิ่ง เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ มีแนวคิด คือ ผลักดันให้มีการสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งเพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินวิ่งและขี่จักรยานเพื่อให้คนกทม.และครอบครัว ได้มีสถานที่พักผ่อนออกกำลังกาย และชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรวมทั้งเข้าถึงแหล่งการค้าแหล่งชุมชน แหล่งการเรียนรู้ ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนริมน้ำต่อไปในอนาคต

ส่วนนโยบายที่ 8. จัดทางเท้าใหม่ สวนสาธารณะใหม่สายไฟฟ้าลงดิน สร้าง Green City ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงและคืนทางเท้าใหม่ ให้สะอาด แข็งแรง และเรียบเสอมกันรวมทั้งจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยและสิ่งกีดขวางต่างๆเพื่อให้สามารถทำให้ทางเท้าได้อย่างสะดวกปลอดภัย 2.ประสานการไฟฟ้านครหลวงและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อนำเสาไฟฟ้าและสายสัญญาณโทรคมนาคมลงดิน และปลูกต้นไม้ใหญ่ทดแทน 3.เพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้มากขึ้น โดยการเช่าที่จากกรมธนารักษ์ และประสานการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเพื่อนำพื้นที่ใต้ทางด่วนมาพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียว 4.คืนความสุขให้กับครอบครัว โดยการปรับปรุงสวนสาธารณะให้เป็นสถานที่พักผ่อนของทุกเพศทุกวัย รวมทั้งติดตั้ง Free WiFi ทุกสวนสาธารณะ

"พงศพัศ"เปิดนโยบาย8ข้อสร้างอนาคตกทม.

 

"พงศพัศ"เปิดนโยบาย8ข้อสร้างอนาคตกทม.

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี