
กมธ.มีมติเลิกสัญญาเอกชนก่อสร้างโรงพัก
กมธ.ตำรวจฯมีมติเอกฉันท์ยกเลิกต่อสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศกับบริษัทพีซีซี พร้อมเอาผิดทางคดี-จ่ายค่าเยียวยา
กมธ.ตำรวจฯมีมติเอกฉันท์ยกเลิกต่อสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศกับบริษัทพีซีซี พร้อมเอาผิดทางคดี-จ่ายค่าเยียวยา
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน ได้พิจารณาติดตามความคืบหน้ากรณีการก่อสร้างสถานีตำรวจภูธร จำนวน 396 แห่ง ทั่วประเทศ โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง อาทิ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบติดตามสอบสวนเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ จากการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง กมธ.มีมติเอกฉันท์ 12 เสียง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยกเลิกสัญญาการก่อสร้างกับบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ คอนสตรักชั่น เนื่องจากได้รับสัมปทานก่อสร้างตั้งแต่พ.ศ. 2554 แต่กลับดำเนินการล่าช้า ทำให้ต้องต่อระยะเวลาก่อสร้างมาถึง 2 ครั้ง จนรัฐเกิดความเสียหาย โดยกมธ.จะทำหนังสือชี้แจงถึงมติดังกล่าวส่งให้กับสตช.ในวันที่ 31 ม.ค. เพื่อไปดำเนินการต่อ ส่วนจะยกเลิกสัญญาหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสตช.
ขณะที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชี้แจงว่า ได้รับมอบหมายจากผบ.ตร.ให้ติดตามเรื่องดังกล่าว และยอมรับว่ามีความลำบากใจ เพราะเมื่อเป้าหมายคือการก่อสร้างที่ทำงานใหม่ให้ได้ ก็ต้องพิจารณาว่าระหว่างการยกเลิกสัญญาทั้งหมด กับการอดทนรอการก่อสร้างให้แล้วเสร็จอย่างใดจึงจะเร็วกว่ากัน เนื่องจากที่ผ่านมามีการดำเนินการก่อสร้างได้เพียง 1-2 งวด จากทั้งหมด 13งวด คิดเป็น 20% ของการก่อสร้างทั้งหมดทั่วประเทศเท่านั้น ยกเว้นเพียงบางพื้นที่
“ผมมอบหมายให้สถานีตำรวจทุกแห่งไปรวบรวมข้อมูล แบบอาคาร เพื่อเตรียมความพร้อมหากจะมีการยกเลิกสัญญาเก่า และแบ่งสัญญาการก่อสร้างให้ไปขึ้นกับตำรวจภูธรแต่ละจังหวัดหรือแต่ละกองบัญชาการภาคแล้ว และการฟ้องร้องหลังยกเลิกสัญญาจะมีอย่างแน่นอน แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรยังไม่มีการหารือ เพราะอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะรอให้หมดสัญญาก่อนแล้วค่อยดำเนินคดี หรือจะดำเนินคดีได้เลยทันที เพื่อความได้เปรียบในทางกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาได้หารือกับหลายฝ่าย ทั้งตุลาการ อัยการ แต่ได้ข้อมูลแตกต่างกัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมของกมธ. ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยกมธ.ส่วนใหญ่ต้องการให้ยกเลิกสัญญา พร้อมฟ้องร้องดำเนินคดีกับคู่สัญญา และให้ชดใช้ค่าเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาที่เกิดขึ้น







