
ประเด็นร้อน
เกาะติดประเด็นร้อนม็อบแดง 112 บุกทำเนียบกดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีวาระสำคัญหลายเรื่องที่ต้องติดตาม
เกาะติดประเด็นร้อนม็อบแดง 112 บุกทำเนียบกดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีวาระสำคัญหลายเรื่องที่ต้องติดตาม
1.การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วาระเพื่อพิจารณาที่น่าสนใจ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รายงานการพัฒนาระบบราชการไทยประจำปี 2554 พร้อมกับเสนอรายชื่อคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมดพิจารณาด้วย
วาระอื่นๆ ที่น่าสนใจ กระทรวงแรงงานเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยเสนอให้ลดเงินสมทบประกันสังคมในส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง จาก 5% ของค่าจ้าง เหลือ 4% เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท
เรื่องขออนุมัติเพิ่มเติมมติ ครม.ที่เห็นชอบและอนุมัติให้กรมเจ้าท่าดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จ.ตราด โดยอนุมัติยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามมติ ครม.เกี่ยวกับพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อกรมเจ้าท่าเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนเป็นการถาวรในการก่อสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว
2.วันนี้ทำเนียบรัฐบาลคึกคัก เนื่องจากบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงภายใต้การตั้งชื่อกลุ่ม 29 ม.ค. นัดรวมตัวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนเคลื่อนพลมายื่นหนังสือให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้ออกร่างรัฐธรรมนูญนิรโทษกรรมทางการเมือง จากนั้นจะมาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้าถึง 22.00 น.
ถ้าดูจากการเคลื่อนไหวเป็นคนละกลุ่มแดง นปช.ภายใต้การนำของนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. แต่ถึงกระนั้นก็มีเป้าหมายคล้ายกันในการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ทำให้แดง นปช.เฝ้ามองท่าทีรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่เหมือนกับปรากฏการณ์กฐินนิรโทษกรรมคนละกอง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะตัดสินใจอย่างไร
3.อีกวาระให้จับตากับความเนื้อหอมของประเทศไทยในการดึงดูดชาติต่างๆ เข้ามาลงทุน โดยเวลา 08.00 น. ประธานคณะกรรมการวิจัยทางเศรษฐกิจหอการค้าญี่ปุ่น (JETRO Bangkok) จะเข้าพบนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล
4.นับเป็นนโยบายสร้างสรรค์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มอบงานให้กับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กับกระทรวงมหาดไทย ในการลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการ “พัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการแก่ผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ” เพื่อจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กช็อปผู้นำใหม่ ที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 09.00 น. งานนี้ถือเป็นการระดมสมองและลับคมความคิดผู้นำรุ่นใหม่ 75 คน ที่เป็นทั้งปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ ครม.เพิ่งอนุมัติแต่งตั้งใหม่สดๆ ร้อนๆ เป้าหมายต้องการให้เกิดการเรียนรู้เสริมทักษะในการบริหารราชการแผ่นดินสนองนโยบายรัฐบาล
5.งานสัมมนาที่น่าสนใจวันนี้ เรื่อง “การแข่งขันสหรัฐจีน : ความท้าทายของอาเซียน” เวลา 09.00 น. โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แสดงปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา TU ASEAN FORUM ครั้งที่ 4 และยังมีนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายจุลชีพ ชินวรรโณ ประธานศูนย์เอเชียและแปซิฟิกศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จัดโดยศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว
6.น่าติดตามการจัดทำประชาพิจารณ์ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดประชุมปัจฉิมนิเทศเพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชันมีนบุรี แนวเส้นทาง และนำเสนอการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน เวลา 09.30-12.30 น. ณ ห้องราชเทวี แกรนด์ โรงแรมเอเชีย
7.ค่าแรงยังร้อนไม่เลิก ล่าสุดนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม จะแถลงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท โดยจะมี 5 มาตรการเร่งด่วน 2 มาตรการระยะกลาง ซึ่งจะไม่ซ้ำกับ 16 มาตรการที่รัฐบาลออกไปก่อนหน้านี้
8.เวลา 09.30 น. นายฉลองรัฐ กุลสนั่น รองประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) พร้อมตัวแทนสหภาพ กทท. กว่า 100 คน จะรวมกลุ่มยื่นหนังสือให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะประธานคณะกรรมการ กทท. เพื่อเรียกร้องให้ ร.ต.วิโรจน์ จงชาณสิทโธ ผู้อำนวยการ กทท. ลาออกจากตำแหน่ง อ้างบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพและสร้างความแตกแยกทำลายขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน และหากยื่นหนังสือแล้วไม่ได้รับการตอบสนองจากประธานบอร์ด หรือไม่มีการเจรจาใดๆ ภายใน 7 วัน จะยกระดับการชุมนุมขั้นสูงสุด คือการนัดหยุดงานต่อไป
9.ช่วงค่ำ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยนายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเรื่อง “ผลกระทบค่าเงินบาทต่อการส่งออกของไทย” ต้องจับตาดูว่าค่าเงินที่ผันผวนจะทำให้การส่งออกหดตัวมากน้อยแค่ไหน







