
จี้สตช.เอาผิดผู้รับเหมาทิ้งงานก่อสร้างโรงพัก
ตำรวจภูธรภาค8เรียกร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาผิดทางกฎหมายบริษัทรับเหมาทิ้งงานก่อสร้างสถานีตำรวจ 28 แห่ง
ตำรวจภูธรภาค8เรียกร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาผิดทางกฎหมายบริษัทรับเหมาทิ้งงานก่อสร้างสถานีตำรวจ 28 แห่ง
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8 สุราษฎร์ธานี (ผบก.อก.ภ.8) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 มีจำนวน ทั้งหมด 26 แห่ง ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 11 สถานี , จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 10 สถานี , จ.ชุมพร จำนวน 3 สถานี , จ.ระนองและ จ.พังงา อย่างละ 1 สถานี แต่กลับทิ้งงานจนสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่มีที่ทำงานต้องใช้บ้านพักหรือไปขอใช้สถานที่ของหน่วยงานใกล้เคียงใช้เป็นสถานที่ทำงานชั่วคราว
พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวว่า บางครั้งทำให้ชาวบ้านที่มาติดต่องานเกิดสับสนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรงพักที่อยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะสมุย ชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวสงสัยและสับสน เมื่อมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ไม่พบสถานีตำรวจซึ่งบางโรงพักต้องนำผู้ต้องหาไปฝากขังไว้กับโรงพักอื่นๆทำให้เสียเวล าเสียค่าใช้จ่ายมีปัญหามากมาย และบางแห่งถึงขั้นต้องใช้รถสำหรับคุมตัวผู้ต้องหาเป็นห้องขังแทนซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นหัวหน้าสถานีโรงพักแต่ละแห่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบ บางสถานีไม่มีหน่วยงานเอกชนเข้ามาช่วยเหลือก็ต้องออกเงินแทนเอง
"ในส่วนโครงการที่พักอาศัยของตำรวจภูธรที่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด 8 แห่ง ประกอบด้วยที่ จ.สุราษฎร์ธานี 4 แห่ง มีที่ สภ.ท่าชนะ , สภ.ไชยา , สภ.เมือง และ สภ.บ้านนาสาร ที่ จ.ภูเก็ต 3 แห่งมี สภ.กะทู้ , สภ.ทุ่งทอง , สภ.ถลาง และ จ.กระบี่ 1 แห่ง ที่ สภ.เมืองกระบี่ ซึ่งที่ผ่านมาที่พักตามสถานีตำรวจแต่ละแห่งมีไม่เพียงพออยู่แล้วพอมาเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีกกลับกลายว่าเป็นการสร้างความเดือนร้อนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากที่ต้องไปหาบ้านเช่าที่พักเอง ทำให้ครอบครัวตำรวจลำบากและมีปัญหาเดือนร้อนตามๆกัน"พล.ต.ต.ปวีณกล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือรายงานเอกสารและรายละเอียดการก่อสร้าง โดยรวบรวมนำเสนอปัญหาต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ทราบมาโดยตลอดและต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของวุฒิสมาชิกที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบพบปัญหามาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่หนักมากและสูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล สาเหตุเกิดจากการทำสัญญาว่าจ้างเพียงบริษัทเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่การก่อสร้างทั่วประเทศจะเริ่มดำเนินการทำพร้อมๆ กัน เพราะการก่อสร้างแต่ละแห่งจะต้องมีสถาปนิก วิศวกร และผู้มีความรู้ความสามารถความชำนาญที่จะต้องอยู่ดูแลควบคุมรับผิดชอบ
นอกจากนี้ที่ผ่านมาพบบางแห่งที่มีการเริ่มก่อสร้าง แต่การก่อสร้างผิดหลักทั้งหมดต้องเสนอทุบทิ้งไป เพราะบางแห่งให้คนที่ไม่มีความรู้เข้ามาควบคุมดูแลงานแทน แต่เรื่องกลับเงียบเฉยซึ่งปัญหาที่เกิดอยากให้มีการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษที่เกิดขึ้น เพราะคนร้ายเข้ามาปล้นโรงพักเสียเองตำรวจเสียหายเสียชื่อเสียง จึงไม่ควรปล่อยให้ลอยนวล เพราะหากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ดำเนินการเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้แล้วจะเป็นที่พึ่งที่เชื่อถือของชาวบ้านอีกต่อไปได้อย่างไรเชื่อว่ามีตำรวจจำนวนมากที่รู้เรื่อง แต่ไม่กล้าที่จะออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว







