posttoday
ปฏิบัติการปราบภัยพาลขจัดโจรเกลื่อนเมืองกรุงเก่า

ปฏิบัติการปราบภัยพาลขจัดโจรเกลื่อนเมืองกรุงเก่า

28 มกราคม 2556

ถึงขนาดต้องถือปืนเอ็ม 16 คุมเมืองกันแล้ว สำหรับเมืองกรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา

โดย...วัสยศ งามขำ

ถึงขนาดต้องถือปืนเอ็ม 16 คุมเมืองกันแล้ว สำหรับเมืองกรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่แก๊งวัยรุ่นและอาชญากรได้ทยอยออกป่วนเมืองด้วยการก่อเหตุปล้นทรัพย์ร้านค้า ปั๊มน้ำมัน และวิ่งราวนักท่องเที่ยวแบบนับครั้งไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามมาตรการเข้มถือปืนสงครามคุมเมืองภายใต้ปฏิบัติการของ “ชุดปราบภัยพาล” ก็ทำให้เหล่าวายร้ายต่างหดหัว ไม่กล้าออกมาก่อเหตุให้ชาวบ้านเดือดร้อน

เหตุปล้นรถขนเงินภายในศูนย์รักษาความปลอดภัยแซมโก้ บริษัท สยาม แอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้นท์ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา ใกล้กับสี่แยกวงเวียนเจดีย์สามปลื้ม ห่างจากป้อมตำรวจ 300 เมตร เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 22 ก.ค. 2555 ที่ผ่านมา เป็นเพียงหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองพระนครศรีอยุธยา แต่หากติดตามความเคลื่อนไหวในเมืองกรุงเก่าแห่งนี้ จะพบว่ายังมีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแก๊งปาหิน แก๊งชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวที่เกิดเฉลี่ยวันละ 23 ราย รวมทั้งแก๊งค้ายาเสพติดที่ใช้พื้นที่เมืองกรุงเก่าเป็นที่พักยา เนื่องจากใกล้กับกรุงเทพฯ เมืองหลวง

ความวุ่นวายด้วยอาชญากรรมชุกในเมืองเก่าแก่ของบ้านเรา ทำให้ พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องโดดมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และเขาเชื่อว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด ด้วยการเพิ่มความเข้มของตำรวจ กำเนิดของชุดปราบภัยพาลจึงเกิดขึ้นเมื่อราวเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจหนุ่มวัยฉกรรจ์ 12 นาย พร้อมด้วยชุดสีเข้ม เสื้อเกราะ หมวกนิรภัย แว่นตาดำ และในมือคือปืนเล็กยาวเอ็ม 16 ที่ทรงอานุภาพ สร้างชื่อมาทุกสมรภูมิในโลก

“หลังจากผมเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค. ก็พบว่าปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นสูงนั้น เกิดจากเด็กวัยรุ่นและแก๊งยาเสพติด ที่เข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่ ย่านแหล่งเศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนประชากรแฝงที่มีมากกว่า 2 ล้านคน มีบ้านเช่าและหอพักจำนวนมาก จึงคิดว่าจะต้องหาทางควบคุมการเกิดอาชญากรรมให้ได้ จึงตั้งชุดปราบภัยพาลขึ้นมาเพื่อเพิ่มความเข้มในการจัดการอาชญากรรมให้มากขึ้น” พล.ต.ต.กรเอก กล่าว

เขากล่าวต่อว่า ชุดปราบภัยพาลนี้ถูกจัดแบ่งออกเป็น 6 ชุดชุดละ 2 นาย ทุกชุดติดอาวุธปืนเอ็ม 16 เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ 9 โมงเช้าของแต่ละวัน และจะสิ้นสุดการทำงานในช่วงใกล้รุ่งเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยจะเข้าเวรสลับเวลากันทำงาน ในเบื้องต้นกำหนดให้ชุดตรวจภัยพาลรับผิดชอบในพื้นที่ 6 โรงพักที่เสี่ยงต่อปัญหาอาชญากรรม และมีสถิติอาชญากรรมสูงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วย สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา สภ.บางปะหัน สภ.อุทัย สภ.วังน้อย สภ.พระอินทร์ราช และ สภ.บางปะอิน โดยมีเป้าหมายในการตรวจคือร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน ย่านซ่องสุมของวัยรุ่น เป็นต้น

พล.ต.ต.กรเอก กล่าวด้วยว่า ชุดปราบภัยพาลอยู่ภายใต้การดำเนินการ 4 ประการ ประกอบด้วย 1.การตรึงพื้นที่ คือ ต้องหยุดอาชญากรรมให้ได้ภายใต้การออกตรวจแบบใยแมงมุม เร่งจัดทำประวัติยานพาหนะในพื้นที่ เมื่อคนร้ายเห็นตำรวจบ่อยๆ ก็ย่อมไม่กล้าลงมือ ถือเป็นการตัดโอกาสของคนร้ายที่จะก่อเหตุ 2.เป็นการปฏิบัติการเชิงรุก คือ ทำลายเครือข่ายอาชญากร ด้วยการสืบหาข่าวร่วมกับฝ่ายสืบสวนพื้นที่ จ้องไปที่คนที่อาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยงในการก่ออาชญากรรม ประเภทคนที่เพิ่งพ้นโทษ หรือผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อยในชุมชนเป็นต้น รวมไปถึงการปิดล้อมตรวจค้น

หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ชุดปราบภัยพาลและตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงทุกชุดต้องไปยังที่เกิดเหตุตามประการที่ 3.นั่นคือ ปฏิบัติการรุมกินโต๊ะ ตำรวจปราบภัยพาลและตำรวจท้องที่ใกล้เคียงต้องมาที่เกิดเหตุทั้งหมดและช่วยกันหาข้อมูลของคนร้าย เพื่อจับคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด ส่วนข้อสุดท้ายคือ ข้อ 4.ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการให้เบาะแสข้อมูลคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการสร้างชุมชนคนที่มีจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมกับตำรวจด้วย

“ผมว่าที่ผ่านมา เมืองอยุธยาปล่อยให้สังคมหลวมเกินไป ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ตำรวจอยู่แบบไม่ระวัง รอให้เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นเท่านั้น และการบังคับใช้กฎหมายก็ไม่เข้มข้น แต่หลังจากที่ใช้ชุดปราบภัยพาลมาได้ 4 เดือน ก็พบว่าอาชญากรรมลดลงไปจำนวนมาก เหตุวิ่งราวทรัพย์แต่ละวันหายไป อาชญากรรมหนักก็ยังไม่เกิด” เขากล่าวพร้อมกับบอกว่า ด้วยการทำงานที่เข้มข้นของชุดปราบภัยพาล ร่วมกับการตั้งด่านของตำรวจท้องที่ที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมอาวุธปืนได้กว่า 70 กระบอก เป็นทั้งปืนเถื่อนและไม่เถื่อนที่บรรดาวัยรุ่นและอาชญากรพกกันไปตามท้องถนน

พล.ต.ต.กรเอก กล่าวด้วยว่า ได้จับในพื้นที่อย่างน้อย 3 พื้นที่เป็นพื้นที่เซฟตีโซน หรือเขตปลอดภัยในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ประกอบด้วย ย่านทุ่งภูเขาทอง ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นที่มักออกมาแข่งรถจักรยานยนต์ในตอนกลาง คือ ย่านตลาดแกรนด์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติในตอนกลางคืน สุดท้ายคือ บริเวณเกาะเมือง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญของโลก พื้นที่เหล่านี้จะถูกตรึงเป็นกรณีพิเศษเพื่อลดอาชญากรรมให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ผมคิดว่าไม่ดูรุนแรงเกินไปที่เอาเอ็ม 16 มาใช้ในเมือง เพราะมันต้องถูกจัดการอย่างเข้มข้น” ผู้การฯ พระนครศรีอยุธยา ตอบคำถามถึงข้อกังวล ว่าภาพของตำรวจถืออาวุธสงครามร้ายแรงลาดตระเวนทั่วเมือง จะทำให้ภาพลักษณ์ของพระนครศรีอยุธยาเสียไปหรือไม่ นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่า ชุดปราบภัยพาลกำลังถูกนำไปใช้เป็นโมเดลต้นแบบ ในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมในเขตตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บริเวณภาคกลางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ด้วย เนื่องจากลดอาชญากรรมลงมาอย่างเห็นได้ชัด

มาตราการนี้ ถือเป็นยาแรงตัวหนึ่งของตำรวจหัวเมืองสำคัญใกล้เมืองหลวง แต่จะทำได้ยั่งยืนแค่ไหนนั้น เป็นสิ่งที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวกำลังจับตามอง

มีภาพประกอบใน PHOTO TODAY

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ