
มาร์คเมินโพลชี้สุขุมพันธ์ตามพงศพัศ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สนโพล ชี้สุขุมพันธ์เป็นรองพงศพัศ ยันไม่เปลี่ยนรูปแบบหาเสียง เหน็บ ปึ้ง ทำตัวเป็นโฆษกเขมร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สนโพล ชี้สุขุมพันธ์เป็นรองพงศพัศ ยันไม่เปลี่ยนรูปแบบหาเสียง เหน็บ ปึ้ง ทำตัวเป็นโฆษกเขมร
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า กรณีผลสำรวจของเอแบคโพลล์พบคะแนนของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีคะแนนนำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ทุกด้าน เป็นเรื่องปกติของการทำผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ซึ่งพรรคไม่ได้วิตกกังวลหรือตื่นเต้น เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการหาเสียงเท่านั้น และคะแนนที่สำรวจออกมาก็ใกล้เคียงกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่ได้หวั่นไหว ส่วนยุทธศาสตร์การหาเสียงจะยังไม่ปรับเปลี่ยน โดยช่วงแรกจะให้ผู้สมัครหาเสียงแนะนำตัว หลังจากนั้นจะจัดกิจกรรมแนะนำชี้แจงนโยบายต่าง ๆ ของพรรค
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยหาเสียง เน้นการทำงานไร้รอยต่อระหว่างรัฐบาลและกรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า ที่ผ่านมาการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กับรัฐบาลไม่เคยมีปัญหาทั้งเรื่องงานนโยบาย หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกันหากเปิดเวทีดีเบตระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งและแสดงวิสัยทัศน์นโยบาย เชื่อว่าจะมีการซักถามถึงแนวนโยบายต่าง ๆ ที่มีการประกาศไว้ว่าจะสามารถทำได้จริงและเป็นการหาเสียงโดยนโยบายที่เกินจริงหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าว ถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ระบุว่าในการแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกในเดือนเม.ย.นี้ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาและนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ประเทศกัมพูชา จะชี้แจงต่อศาลโลกว่าการนำปัญหาขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหารเข้าสู่ศาลโลกเกิดขึ้นในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ว่า รัฐบาลไทยก็ต้องต่อสู้ แต่ถ้านายสุรพงษ์ ยังทำตัวเป็นโฆษกของเขาอยู่นั้น ตนก็นึกไม่ออกว่าจะสู้ได้อย่างไร ขอให้นายสุรพงษ์เข้าใจว่า มีหน้าที่ปกป้องประเทศไทยและรัฐบาลไทย อย่าสนใจเล่นการเมือง ขอให้กลับไปทำหน้าที่ ซึ่งการที่มีการระบุว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ใช่ประเด็น ตนขอถามว่าหากกัมพูชายิงเข้ามายังประเทศไทย รัฐบาลชุดไหนจะอยู่เฉย รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะอยู่เฉยหรือไม่
ส่วนการที่คณะดำเนินคดีปราสาทพระวิหารของไทยชุดใหญ่ประชุมเมื่อวันที่ 25ม.ค.และเห็นว่าการต่อสู้ของไทยเดินมาถูกทางแล้วนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องช่วยกันดูให้รัดกุมและรอบคอบทุกประเด็น ซึ่งศาลโลกไม่มีอำนาจพิพากษาเกินเลยกว่าคำตัดสินเดิม เพราะคำร้องของกัมพูชาอย่างมากก็แค่ขอคำชัดเจน







