posttoday
นิรโทษใคร นิรโทษอย่างไร

นิรโทษใคร นิรโทษอย่างไร

26 มกราคม 2556

เรื่องการนิรโทษกรรมนี่คงจะเป็นเรื่องที่คุ้นหูท่านทั้งหลายอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากทางใด หรือจากบุคคล

เรื่องการนิรโทษกรรมนี่คงจะเป็นเรื่องที่คุ้นหูท่านทั้งหลายอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากทางใด หรือจากบุคคล

โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก

เรื่องการนิรโทษกรรมนี่คงจะเป็นเรื่องที่คุ้นหูท่านทั้งหลายอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากทางใด หรือจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด ก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ คำว่า “นิรโทษกรรม” นี้ ต้องเคยผ่านหู ผ่านตาท่านทั้งหลายมาไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่จะต้องพิจารณามากไปกว่าตัวคำว่า “นิรโทษกรรม” ก็คือ สารัตถะของการนิรโทษกรรม

หากจะให้มีการนิรโทษกรรมกันจริงๆ จะเอาเรื่องอะไร จะนิรโทษกรรมใคร และจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องใช้วิธีลักลั่น หักคอเอาว่าชอบแล้ว หากแต่เป็นความชอบธรรมที่แท้จริงภายใต้บริบทของกฎหมาย และเป็นที่ยอมรับอันเป็นสากลได้

โจทย์เช่นว่าคงจะไม่ง่ายดายนัก

อย่างไรก็ดี ก็มีผู้เสนอกลไก วิธีการ และเนื้อหา สาระของการนิรโทษกรรมกันอยู่หลายคน หลายกลุ่มด้วยกัน ซึ่งก็แล้วแต่แนวทางใครแนวทางมัน วันนี้จะไม่วิพากษ์วิจารณ์งานของใครคนหนึ่งคนใด หากแต่จะนำมาแบ่งปันกัน ซึ่งแนวทางการนิรโทษกรรมอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่มี ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานได้ทำเป็นข้อเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

คอ.นธ.ชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมการขอสนับสนุนแนวทางกระบวนการสร้างความสามัคคีของคนในชาติด้วยการตรากฎหมายนิรโทษกรรมให้กับประชาชนซึ่งกระทำความผิดที่เกี่ยวเนื่องในการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองที่ผ่านมา โดยมีข้อเสนอแนะว่าการตรากฎหมายนิรโทษกรรมดังกล่าว จะต้องดำเนินการด้วยวิธีการและมีขอบเขต หรือเงื่อนไข รวมทั้งผลทางกฎหมายของการนิรโทษกรรม ดังนี้

1.วิธีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมจะต้องกระทำในรูปแบบของ “ร่างพระราชบัญญัติ”

2.การริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ควรจะมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่แสดงออกตามสิทธิในฐานะประชาชน จึงเป็นความรับผิดชอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชาติ และเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

3.ขอบเขตของการนิรโทษกรรมจะต้องเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามการชุมนุม การกล่าววาจา หรือโฆษณาด้วยวิธีการใด เพื่อเรียกร้อง หรือให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการประท้วงด้วยวิธีการใดๆ อันเป็นการกระทบต่อร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 จนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2554 ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจากคำพิพากษาอันถึงที่สุด หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งยังไม่ถึงที่สุด หรือยังไม่ได้ถูกฟ้องคดีต่อศาล ให้ถือว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด และให้พ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง

4.ขอบเขตของการนิรโทษกรรมดังกล่าว จะต้องไม่รวมถึงบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงเวลาดังกล่าว และไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามกฎหมายในการรักษาความสงบ หรือยุติเหตุการณ์ที่จะนิรโทษกรรมนั้น เพราะกรณีดังกล่าวย่อมเป็นไปตามหลักกฎหมายทั่วไป ที่ว่าหากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องได้กระทำการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว

5.ผลทางกฎหมายของการนิรโทษกรรมนั้นแม้จะมุ่งไปที่การรองรับโทษทางอาญาเป็นหลัก แต่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ควรให้มีการนิรโทษกรรมทางแพ่ง ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐด้วย โดยไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่องค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว

6.ในการนิรโทษกรรมดังกล่าว หากผู้ได้รับนิรโทษกรรมยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล ให้พนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการระงับการสอบสวน หรือการฟ้องร้อง หากถูกฟ้องต่อศาลแล้วให้พนักงานอัยการถอนฟ้อง หรือหากจำเลยร้องขอ หรือศาลเห็นเอง ให้ศาลพิพากษายกฟ้อง หรือสั่งจำหน่ายคดีได้ ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษบุคคลใดก่อนการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดทางอาญานั้น และถ้าผู้นั้นอยู่ระหว่างการรับโทษ ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง

นอกเหนือจากข้อเสนอดังกล่าวแล้ว คอ.นธ.ยังได้จัดทำตัวอย่างร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยเทียบเคียงกับพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวน (เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2516) ซึ่งร่าง พ.ร.บ. และ พ.ร.บ. เมื่อปี พ.ศ. 2516 นั้นก็มีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกันกับข้อเสนอของ คอ.นธ. ที่ได้นำมาแบ่งปันกันในวันนี้

ลองพิจารณากันดูนะครับว่าน่าจะใช้ได้หรือไม่ ที่สำคัญใช้ได้แล้วบ้านเมืองจะสงบจริงหรือไม่ นี่คือตัวชี้วัด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท