
ทีมกม.งัดคำพิพากษาปี2505 สู้ศาลโลกคดี‘เขาพระวิหาร’
ทีมกฎหมายเตรียม 3 ประเด็นในคำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 สู้คดีปราสาทพระวิหาร มั่นใจจะชนะแน่นอนเหตุไม่เคยชี้ขาดเรื่องดินแดน
ทีมกฎหมายเตรียม 3 ประเด็นในคำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 สู้คดีปราสาทพระวิหาร มั่นใจจะชนะแน่นอนเหตุไม่เคยชี้ขาดเรื่องดินแดน
นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะโฆษกทีมต่อสู้ปราสาทพระวิหาร แถลงหลังประชุมทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า ไทยจะยกคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก เมื่อปี 2505 ใน 3 ประเด็น คือ 1.ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา 2.ขอให้ฝ่ายไทยถอนกองกำลังออกจากปราสาทและพื้นที่โดยรอบ และ 3.ให้ฝ่ายไทยคืนวัตถุโบราณที่ครอบครองตั้งแต่เมื่อปี 2497 ให้กับทางกัมพูชา มาใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้คดี
“ศาลตัดสินไว้แค่ 3 ข้อ โดยไม่ได้ชี้เรื่องเขตแดน ตรงนี้คือแนวต่อสู้ของเรา และเราจะชี้ให้ศาลเห็นว่า ไม่สามารถที่จะตีความนอกเหนือคำพิพากษาเดิมได้ เราก็มีความมั่นใจ ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับศาล” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการให้การด้วยวาจาในเดือน เม.ย.แล้ว คงต้องมาประเมินว่าน้ำหนักการต่อสู้จะเป็นไปในทางไหน
ทั้งนี้ คาดว่าการประชุมครั้งต่อไปจะมีขึ้นหลังจากที่คณะเดินทางกลับจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังการหารือกับทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายชาวต่างชาติ
นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า คำชี้แจงด้วยวาจาต่อศาลโลกใกล้มีความสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงรายละเอียดบางส่วนและการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารตอนนี้กับเมื่อปี 2505 แตกต่างกัน เพราะขณะนั้นถือเป็นคดีใหม่ แต่ครั้งนี้เป็นการตีความตามคำพิพากษาของคดีเก่า ดังนั้นจึงถูกกำหนดกรอบว่าเป็นคดีการตีความจึงมั่นใจ
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวยืนยันว่า หากใครมีหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีหุ้น ได้สัมปทาน ก๊าซ น้ำมัน หรืออะไรก็ตามในกัมพูชา ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า จะยกสัมปทานให้เลย







