
ไทยงัดคำตัดสินพระวิหารปี 2505 สู้คดี
ไทยเตรียมงัดคำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 สู้คดีปราสาทพระวิหาร มั่นใจจะชนะแน่นอน เหตุไม่เคยชี้ขาดเรื่องดินแดน
ไทยเตรียมงัดคำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 สู้คดีปราสาทพระวิหาร มั่นใจจะชนะแน่นอน เหตุไม่เคยชี้ขาดเรื่องดินแดน
การประชุมทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ และตัวแทนจากเหล่าทัพ โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งภายหลังการประชุม นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะโฆษกทีมต่อสู้ปราสาทพระวิหาร แถลงว่า ไทยจะยกคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก เมื่อปี 2505 ใน 3 ประเด็น คือ 1.ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา 2.ขอให้ฝ่ายไทยถอนกองกำลังออกจากปราสาทและพื้นที่โดยรอบ และ 3.ให้ฝ่ายไทยคืนวัตถุโบราณที่ครอบครองตั้งแต่เมื่อปี 2497 ให้กับทางกัมพูชา มาใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้คดี
“ศาลตัดสินไว้แค่ 3 ข้อ โดยไม่ได้ชี้เรื่องเขตแดน ตรงนี้คือแนวต่อสู้ของเรา และเราจะชี้ให้ศาลเห็นว่า ไม่สามารถที่จะตีความนอกเหนือคำพิพากษาเดิมได้ เราก็มีความมั่นใจ ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับศาล” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว
ส่วนผลการตัดสินของศาลโลกนั้น ก็ต้องติดตามเป็นระยะ แต่ช่วงนี้จะเป็นการทำงานเรื่องการต่อสู้คดีเสียก่อน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการให้การด้วยวาจาในเดือนเม.ย.แล้ว คงต้องมาประเมินว่าน้ำหนักการต่อสู้จะเป็นไปในทางไหน ทั้งนี้ คาดว่าการประชุมครั้งต่อไปจะมีขึ้นหลังจากที่คณะเดินทางกลับจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังการหารือกับทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายชาวต่างชาติ
ด้านนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า คำชี้แจงด้วยวาจาที่จะกล่าวต่อศาลโลกใกล้มีความสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงรายละเอียดบางส่วน ส่วนการต่อสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารตอนนี้กับเมื่อปี พ.ศ. 2505 แตกต่างกัน เพราะขณะนั้นถือเป็นคดีใหม่ แต่ครั้งนี้เป็นการตีความตามคำพิพากษาของคดีเก่า ดังนั้น จึงถูกกำหนดกรอบว่าเป็นคดีการตีความ







