
ปชป.ลุยปราศรัยลต.ไม่แคร์โพล
ปชป.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง ลั่นนำทัพลุยแจงนโยบายบริหารกทม. ไม่หวั่นผลโพลที่ออกมา
ปชป.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง ลั่นนำทัพลุยแจงนโยบายบริหารกทม. ไม่หวั่นผลโพลที่ออกมา
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดการปราศรัย ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะสะท้อนว่า กรุงเทพมหานครในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเดินไปในทิศทางใด
นายองอาจ กล่าวว่า ในช่วง 1 เดือนต่อจากนี้ ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง ส.ส. ส.ก. และ ส.ข. จะลงพื้นที่ชี้แจงนโยบายการทำงานใน 4 ปีข้างหน้า ภายใต้การนำของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เพื่อให้ประชาชนได้เห็นภาพว่า กรุงเทพมหานครจะพัฒนาอย่างไรต่อไปนับจากนี้
ทั้งนี้ ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลกับผลสำรวจของโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ให้รอผลโพลครั้งสำคัญของคนกรุง นั่นก็คือการเลือกตั้งวันที่ 3 มีนาคมที่จะถึงนี้ ที่ชาวกทม. จะเป็นผู้ตัดสินในการเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับมาบริหาร กทม. อีกครั้งหนึ่ง
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยบริหารงานแบบมีรอยต่อ ซึ่งสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ นโยบายซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากรัฐบาลก่อนหน้า แต่ถ้ามองว่าประชาชนได้ประโยชน์ไม่ว่ารถเมล์ฟรี ไฟฟ้าฟรี รถไฟฟรี ก็ทำต่อเนื่องมา แถมเพิ่มความชัดเจนด้วยการบอกว่า อย่างรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชนไม่ใช่จากรัฐบาลประชาธิปัตย์หรือรัฐบาลก่อนหน้าไหน โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค ก็บริหารแบบไร้รอยต่อ เพิ่มงบประมาณต่อหัวจาก 1,600 เป็นเกือบ 3,000 โดยเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งกังวลว่าถ้าคนกทม.ไม่กาเบอร์ 16 โครงการดีๆ จะสะดุดรอยต่อหรือไม่ หรือเปลี่ยนผู้ว่า จะมีการทำเรื่องดีๆ ที่ประชาธิปัตย์ทำไว้ต่อหรือไม่ เช่น อาหารกลางวันฟรี ซีซีทีวี
นายกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการของรัฐบาลเพื่อไทยส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพฯ อย่างโครงการรถคันแรก ซึ่งมีรถในกทม.เพิ่ม 6 แสนคัน เอามาจอดเรียงกันจะยาว 2,400 กม. ซึ่งความยาวของถนน กทม. ณ วันนี้ 5,500 กม. หากมีรถ 6 แสนคัน ที่เพิ่มเข้ามาจะกินพื้นที่ที่ใช้เป็นที่จอดรถของครึ่งหนึ่งเส้นทางทั้งหมด และถามว่าจะมีคนจนสักกี่รายที่เข้าโครงการนี้ เพราะคนจนก็ยังต้องใช้บริการรถเมล์อยู่ดี แถมยังต้องรอนานจากรถที่เพิ่มขึ้น
นายกรณ์ กล่าวว่า ดูนโยบายหาเสียงที่ผ่านมาของผู้สมัครที่ระบุว่า รถไฟฟ้ายี่สิบบาททุกสาย ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้เคยหาเสียงไว้ แต่จนถึงเวลานี้ผ่านการบริหารงานมา 1 ปีครึ่ง ยังไม่สามารถทำได้ แถมเวลานี้ยังนำมาเป็นนโยบายหาเสียงผู้ว่าเบอร์ 9 ที่จะได้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่หาเสียง ไม่ว่าจะเป็นโครงการลดค่าเช่าให้พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดจตุจักร รถเมล์ฟรี สายไฟฟฟ้าลงใต้ดิน ซึ่งพูดเหมือนคนกรุงเทพฯไม่รู้ว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นภาระหน้าที่ที่อยู่ใต้การดูแลของรัฐบาลทั้งสิ้นไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของกทม. ซึ่งหากอยากจะจัดรถเมล์ฟรี ก็สามารถดำเนินการได้โดยตรงเพราะขึ้นกับคมนาคมอยู่แล้ว หรือ อยากนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินก็ทำเลยสั่งการไฟฟ้า หรือ อยากลดค่าเช่าตลาดนัดจตุจักร ที่การรถไฟเป็นผู้บริหารตลาดก็สามารถทำได้เลย ไม่ต้องบอกว่าเป็นนโยบายหาเสียงผู้ว่ากทม.
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในการปราศรัยที่ลานคนเมือง ว่า มั่นใจในสิ่งที่ทำงานในฐานะผู้ว่า กทม. ในช่วง4 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นไปด้วยดี เรื่องที่เคยสัญญาไว้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านได้ทำสำเร็จเกือบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น พื้นที่สีเขียว 5,000 ไร่ ติดตั้งซีซีทีวี 2.4 หมื่นตัว ขยายบีทีเอส โดย 4 ปีที่ผ่านมาได้ยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องกทม. ร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านไฟ ผ่านน้ำ กับชาวกรุงเทพฯ อย่างไม่ย่อท้อ
"ทั้งนี้สิ่งที่ภูมิใจ คือ ตอนน้ำท่วมเอารถไปช่วยขนขยะออกไปตั้งแต่ตี 5 เจอแม่ค้าหมูปิ้ง ตกใจบอกว่าทำไมมาตอนนี้ ไม่มาตอนสว่างแล้ว ผมเป็นของจริง ผมจะไม่มีวันสร้างภาพบนความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ผมไปตอนตีห้าเพราะตั้งใจทำงาน ไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพ ถ้าสร้างภาพผมจะบอกสื่อล่วงหน้า ถ่ายรูปส่งให้สื่อทุกคน แต่ผมไม่ทำ ทั้งนี้ ผมคือรอยต่อที่ดี และ ตั้งใจเป็นรอยต่อที่ดี ผมพร้อมร่วมมือทุกคน แต่เมื่อถึงจุดที่ผลประโยชน์ชาวกทม.เสียหาย ผมไม่เคยยอม ไม่เคยยอมแม้แต่ครั้งเดียว ผมไม่เคยชน แต่ไม่เคยถอยแม้แต่ก้าวเดียว ใครมาบอกให้ผมเปิดประตูน้ำ 30 ซม. 50 ซม. ถ้าจะทำให้เกิดความเสียหายกับ กทม. ผมจะยกมือขึ้นขออนุญาตรัฐบาลครับผมยอมไม่ได้" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าไร้รอยต่อใครจะกล้าบางทีรอยต่อก็มีเสน่ห์ เพรารอยต่อดูแลพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งไร้รอยต่อหมายความว่า รัฐบาลสั่งให้หันขวา ก็หันขวา รัฐบาลวันหน้าบอกว่าน้ำเหนือมาแล้วกรุงเทพฯ ควรเป็นฟลัดเวย์ ให้น้ำผ่านลงทะเลเร็วสุดเท่าที่ทำได้ กรุงเทพฯ ก็จะไม่เหลืออะไรสีลมไปหมด ตลาดหุ้น นิคมอุตสาหกรรมไปหมด บางทีรอยต่อก็มีประโยชน์
ทั้งนี้ งานกทม.เป็นงานที่ต่อเนื่อง สลับซับซ้อน ถ้าเลือกตนเองเป็นผู้ว่าราชการกทม. ก็จะสามารถเดินหน้าได้ทันที ประสบการณ์ 4 ปีที่ผ่านมาคุ้นเคยกับงาน ทำงานร่วมกับสภากทม.อย่างใกล้ชิด โดยไม่มีใครแยกพรรคแยกพวก ซึ่งตนเองพร้อมทำงานกับรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันถ้ารัฐบาลทำอะไรไม่ถูกไม่ควรเสียหายต่อ กทม. ตนก็จะลุกขึ้น ยกมือทำไมได้ ตนจะเป็นรอยต่อที่ดี รอยต่อที่ดี ดีกว่าไร้รอยต่อ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เข้มเข้นเดิมพันสูง การแข่งขันจะออกมาหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขอให้อดทน ต่อสิ่งต่างๆ ที่จะเกิด ขอให้อย่าหวั่นไหว ไม่ว่าผลโพลจะออกมาอย่างไร หรือกรณีมีการกล่าวหาแบบบ้าๆ บอๆ เหมือนที่ตนโดนมาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ก็ให้คิดซะว่า "ใจเรามันหล่อนะ" อยากให้พี่น้องทุกท่านเทำเหมือนตน ใจเรามันหล่อนะ อดทนกับสิ่งที่จะเกิด ยึดมั่นความถูกต้อง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยปิดเวทีลานคนเมืองว่า หลังนายธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการ กทม. แต่หลังจากนั้นเกิดการปฏิวัติและไม่ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โดยให้เหตุผลว่า ผู้ว่าฯ ต้องเป็นพรรคเดียวกับรัฐบาลเพื่อที่จะได้ทำงานได้ดี แต่ที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าที่ไม่พัฒนาเพราะเป็นคนพรรคเดียวกับรัฐบาล มีการสั่งซ้ายหันขวาหันได้ ซึ่งไม่ใช่วิธีการพัฒนาเมืองที่ให้รัฐบาลเป็นเจ้านายผู้ว่าฯ แต่จะต้องให้คนเมืองเป็นเจ้านายผู้ว่าฯ ซึ่งประชาธิปัตย์จึงเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่เข้าไปแก้กฎหมายในสภาให้คนกรุงเทพฯ เลือกผู้ว่ากทม.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า งานบริหารงานกทม.ยากอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯกทม. ต้องถูกเล่นงานอย่างหนัก จากการเมืองที่อยากยึดกทม. ซึ่งมาช่วงปีสุดท้ายผู้ว่าสุขุมพันธุ์ถูกเล่นงานอย่างหนัก แต่ก็ทำให้ตนเองมีเพื่อนไปต่อสู้กับกรมสอบสวนดคีพิเศษ นอกจากนี้ ที่ผ่านมากรุงเทพฯเจอทั้งภัยเผา ภัยน้ำท่วม แต่ก็ไม่เคยมีเมืองไหนในโลกได้เมืองน่าท่องเที่ยว 3 ปีซ้อน อย่างกทม. ซึ่งภายใต้การบริหารงาน ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีนโยบายไหนของรัฐบาล ที่หากประชาธิปัตย์เห็นว่าดี แล้วประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมผลักดันด้วย แต่ก็มีหลายเรื่องเราเริ่มต้นผลักดันด้วยตัวเอง ซึ่งความทุกข์ของคนกรุงเทพฯ คือ เรื่องปัญหาจราจร ซึ่งยุคผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน หากเชื่อฟังรัฐบาล รถไฟฟ้าก็จะหยุดอยู่ที่สาทรไม่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนอย่างทุกวันนี้ ส่วนกรณีการขยายสัญญารถไฟฟ้าของกทม. นั้น ก็ถือเป็นการยืนยันว่าส่วนต่อขยายจะได้ลดราคาจาก 15 บาทเหลือ 10 บาท แต่ถ้าเลือกอีกพรรคก็ไม่สามารถทำได้ เพราะถ้าทำก็จะถือเป็นการตบหน้าดีเอสไอที่ระบุว่าผิดกฎหมาย นี่คือความแตกต่าง ส่วนเรื่องไร้รอยต่อนั้นยืนยันว่าจะไร้รอยต่อด้วยการส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ กลับไปทำงานเป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. การเปิดเวทีปราศัยใหญ่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ก็จะพบกันอีกครั้ง ที่วงเวียนใหญ่และสวนเบญจสิริ







