posttoday
เลือกตั้งในเมือง

เลือกตั้งในเมือง

25 มกราคม 2556

เมื่อมาถึงวันนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เกือบถึง 20 คน โดยที่ผู้สมัครนั้นมาจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อมาถึงวันนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เกือบถึง 20 คน โดยที่ผู้สมัครนั้นมาจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์

จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งข้างต้นนั้น ทางหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ลักษณะของสังคมการเมืองไทยนั้น มีธรรมชาติของการเป็นสังคมพหุนิยม (Pluralism) ทั้งในทางสังคมวัฒนธรรม ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการมีรสนิยมหรือทัศนคติทางการเมือง

ในกรณีของผู้สมัครซึ่งเป็นตัวแทนของสองพรรคใหญ่นั้น ไม่เป็นที่น่าสงสัยว่าคงจะมีองค์กรที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นกอบเป็นกำ คือมีฐานเสียงของพรรครวม ทั้งที่เป็นของส่วนตัวรวมอยู่ด้วยพอสมควร

แต่ในทางปฏิบัติที่เป็นจริงและโดยข้อบัญญัติของกฎหมาย ไม่ได้มีข้อบังคับใดๆ ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้งผู้บริหารและสภาท้องถิ่นอื่นๆ ต้องสังกัดพรรคการเมือง ฉะนั้นการปฏิบัติจึงเป็นไปโดยธรรมชาติ กล่าวคือ มีผู้สมัครอิสระกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับการเมืองประชาธิปไตยและการเลือกตั้งท้องถิ่น เราคงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น แม้ว่าผู้ออกเสียงเลือกตั้งจะมีสิทธิออกคะแนนเสียง 1 คะแนนเท่ากัน ซึ่งเป็นไปตามหลักของความเสมอภาคของการเลือกตั้ง

แต่ในด้านของผู้สมัครเข้าแข่งขันและชิงชัยตามกติกาของระบอบประชาธิปไตยนั้นมีความไม่เสมอภาคกันทั้งในเชิงของผู้ให้การสนับสนุน การติดโปสเตอร์การปราศรัย การแห่แหนผู้สมัครไปแนะนำให้ประชาชนผู้จัก ฯลฯ มิพักกล่าวถึงการใช้ช่องทางการสื่อสารสมัยใหม่ ทั้งทางวิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ทีวีดาวเทียม โซเชียลมีเดียรูปแบบต่างๆ

เป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีความเป็นธรรมเท่าที่ควร ซึ่งส่งผลและมีอิทธิพลต่อตัวผู้สมัคร ที่คาดว่าจะชนะการเลือกตั้งอย่างหนึ่งและส่งผลต่อคะแนนเสียงของประชาชน ที่ระบบการเลือกตั้งของไทยในเวลานี้จะตัดคะแนนเสียงทิ้งน้ำไปเลยอีกอย่างหนึ่ง

การอุดหนุนของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ได้ส่งผลอย่างสำคัญทำให้ผู้สมัครของพรรคการเมืองหนึ่ง กล้าประกาศว่าจะจัดการโอนย้ายงานขนส่งมวลชนมาไว้ที่ กทม. และจัดบริการฟรีให้ประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้เขา

เช่นเดียวกับผู้สมัครของอีกพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งออกปากให้ระบบบริการและกำหนดค่าบริการของรถไฟฟ้า BTS ล่วงหน้าไปแล้ว หากเขาชนะการเลือกตั้ง

นับเป็นการเมืองประชาธิปไตยท้องถิ่น ซึ่งผู้บริหารมีแต่ให้และให้ถ่ายเดียว โดยไม่มีใครยอมพูด หรือประกาศว่าคน กทม. ต้องเสียหรือจ่ายอะไรเพิ่มบ้าง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการจัดบริการสาธารณะท้องถิ่น ซึ่งผู้รับบริการควรที่จะต้องจ่ายค่ารับบริการด้วยตนเองตามสมควร

รวมทั้งการจ่ายค่ารับบริการสาธารณะนั้น จะเป็นการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองให้บังเกิดขึ้น มากกว่าจะจัดการปกครองท้องถิ่นแล้วส่งผลให้ประชาชนมีความเป็นพลเมืองที่ลดต่ำลง

นอกจากนี้ ผู้สมัครของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ รวมทั้งผู้ให้การสนับสนุน ได้ประกาศว่า การเมืองท้องถิ่นและการบริหารท้องถิ่นไม่ควรแยกจากการบริหารของรัฐบาลระดับชาติ เช่น กล่าวว่างบประมาณในการบริหารจัดการน้ำท่วมของรัฐบาลนั้นมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งท้องถิ่นไม่สามารถบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้ตามลำพังและเป็นอิสระ

การกล่าวเช่นนี้ มีความหมายโดยนัยว่า การเมืองและการบริหารของระดับชาติและท้องถิ่นควรจะเป็นเนื้อเดียวกันโดยไม่มีรอยต่อ ซึ่งถ้าเช่นนั้นจริง เข้าใจว่าไม่มีการปกครองท้องถิ่นเสียเลยจะดีกว่า เพราะทุกสิ่งทุกอย่างสามารถบริหารจัดการจากระดับของชาติและรัฐบาลกลางได้อยู่แล้ว

ผู้เขียนเข้าใจการเลือกตั้งท้องถิ่นของ กทม. ในครั้งนี้ผู้สมัครของสองพรรคใหญ่คงจะได้คะแนนเป็นกอบเป็นกำ ในขณะเดียวกันผู้สมัครอิสระก็คงจะได้คะแนนเสียงอยู่ไม่น้อยโดยเฉลี่ยๆ กันไป

ปัญหาที่น่าคิดและน่าตั้งคำถามมีอยู่ว่า หากผลของคะแนนเสียงของผู้สมัครอิสระทุกคนรวมกันมีจำนวนมากเท่าๆ กับ หรือมากกว่าผู้ชนะคนใดคนหนึ่งจากสองพรรคใหญ่ จะผลมีอย่างไรต่อระดับความเป็นประชาธิปไตยของท้องถิ่น

แน่นอนว่าคำตอบจากกติกาการเลือกตั้งที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีอยู่แล้ว นั่นก็คือโยนคะแนนเหล่านั้นทิ้งไปเสีย เพราะเราพอใจกับการระดมกลุ่มก้อนของคนที่มีจำนวนมากเพียงพอแต่ในระดับหนึ่งเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท