
บุรีรัมย์พบโกงจำนำมัน-ข้าวอีก2อำเภอ
บุรีรัมย์สอบพบโกงจำนำมันและข้าว ล่องหนเพิ่มอีก 2 อำเภอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 55 ล้านบาท
บุรีรัมย์สอบพบโกงจำนำมันและข้าว ล่องหนเพิ่มอีก 2 อำเภอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 55 ล้านบาท
พ.ต.อ.วิรัตน์ ถาดทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ดูแลรับผิดชอบคดีทุจริตยักยอกมันสำปะหลัง และข้าวในโครงการรับจำนำ ปี 2554/55 ได้เรียกพนักงานสอบสวนที่ดูแลคดีจาก 3 สภ.ที่เกิดเหตุ ได้แก่ สภ.หนองกี่ , ละหานทราย และ สภ.ประโคนชัย นำสำนวนการสืบสวนสอบสวนเข้ามารายงานความคืบหน้าของคดี โดยพบว่ามีมันสำปะหลังในโครงการฯ ปี 2554/55 หายไปจากลานที่บริษัท ธงฟ้า เทรดดิ้ง ได้มาเช่าลานตั้งอยู่เลขที่ 92 หมู่ 9 ต.สำโรงใหม่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เปิดโครงการแทรกแซงตลาดมันของรัฐบาลโดยไม่ได้มีการแปรสภาพมันส่งโกดังกลางอีกกว่า 5,400 ตัน มูลค่ากว่า 40ล้านบาท
นอกจากนี้ ทาง อคส.ยังตรวจพบข้าวในโครงการรับจำนำฯ ปี2554/55 ที่แปรสภาพแล้วได้หายไป รวมกันจำนวน 870 ตัน มูลค่าความเสียหายกว่า 15.3 ล้านบาท ที่เก็บไว้ในโกดังกลางของบริษัท แสงอีสานการเกษตร ตั้งอยู่เลขที่153 หมู่ 10 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รวมเป็นทั้งข้าวและมันสำปะหลังที่หายไปจากการตรวจพบเพิ่มอีก 2 อำเภอ มูลค่ากว่า 55 ล้านบาท และทาง อคส.ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ละหานทราย ให้เอาผิดกับ บริษัท ธงฟ้า เทรดดิ้ง และ แจ้งความที่ สภ.ประโคนชัยให้เอาผิดกับ บริษัท แสงอีสานการเกษตร ในข้อหายักยอกทรัพย์ แล้ว
อย่างไรก์ตามก่อนหน้านี้ทางองค์กรคลังสินค้า(อคส.) ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทแสงอีสานการเกษตร จำกัด และบริษัท ชโลบล อินเตอร์ไพรส์ จัด หลังจากทั้ง 2 บริษัท ที่รับจำนำมันสำปะหลังแล้วได้หายไปจากลานไม่ได้แปรสภาพส่งโกดังกลางปริมาณกว่า 18,000 ตัน ทำให้รัฐเสียหายมูลค่ากว่า 212 ล้านบาท ที่ สภ.หนองกี่ แล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเร่งรัดข้อมูลเพิ่มเติมจาก อคส. และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบดำเนินคดียักยอกทรัพย์ ตามที่ อคส.ได้แจ้งความ
พ.ต.อ.วิรัตน์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนที่ดูแลรับผิดชอบคดีได้มีการตรวจสอบโกดังและลานมันที่เกิดปัญหาในเชิงลึกเพราะเชื่อว่าการหายไปของมันและข้าวในโครงการรับจำนำน่าจะทำกันเป็นขบวนการมีการเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเพราะผู้ประกอบการเป็นรายเดียวกัน พร้อมกันนี้ ยังจะได้เรียกการค้าภายในจังหวัดและเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม ในวันที่ 28 ม.ค. และ 30 ม.ค.นี้ เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนสาวหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทั้งหมด เนื่องจากทำให้รัฐเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล







