posttoday
สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ สปส.

สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ สปส.

24 มกราคม 2556

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มักจะได้ยินเสียงบ่นเรื่องเว็บไซต์ของประกันสังคมล่ม ฐานข้อมูลใช้งานไม่ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นปัญหาต่อการบริหารจัดการระบบประกันสังคมและกระทบต่อผู้ประกันตน

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มักจะได้ยินเสียงบ่นเรื่องเว็บไซต์ของประกันสังคมล่ม ฐานข้อมูลใช้งานไม่ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นปัญหาต่อการบริหารจัดการระบบประกันสังคมและกระทบต่อผู้ประกันตน

ปัญหาที่ผู้ประกันตนสัมผัสได้ในระยะสั้นนี้ เป็นแค่ “ของโชว์หน้าร้าน” เท่านั้น ข้างในร้านมีปัญหากองให้ดูอีกมากมาย

ปัญหาที่กองอยู่ในร้านส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่มาจาก “คณะกรรมการประกันสังคม” ปัญหานั้นจะเกิดจากเหตุใดก็แล้วแต่ แต่น่าจะมีปัญหาแน่ เพราะขนาดอดีตเลขาฯ ประกันสังคมท่านหนึ่ง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า “เวลายกมือไหว้บางคนยังต้องเก็บนิ้วไว้หนึ่งนิ้วเลย”

ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ได้กำหนดให้คณะกรรมการประกันสังคมมาจากภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ฝ่ายละ 5 ท่าน และรัฐมนตรีสามารถตั้งที่ปรึกษาได้อีก 5 ท่าน

ถ้าคำนวณสัดส่วนกรรมการฝ่ายลูกจ้างต่อจำนวนผู้ประกันตน พบว่ากรรมการฝ่ายลูกจ้าง 1 คน เป็นตัวแทนของผู้ประกันตน 2 ล้านคน สัดส่วนความรับผิดชอบต่อหัวของกรรมการฝ่ายลูกจ้างนั้นมากเกินกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยซ้ำ

คณะกรรมการที่มาจากภาครัฐมีปลัดกระทรวงแรงงาน เลขาฯ สำนักงานประกันสังคม และผู้แทนจากกระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงบประมาณ ตามมารยาทของข้าราชการไทยมักเป็นว่าผู้แทนนอกกระทรวงแรงงานมักไม่อยากก้าวก่ายหรือขัดแข้งขัดขาการทำงานของสำนักงานประกันสังคมซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน การที่ผู้ประกันตนหวังพึ่งผู้แทนนอกกระทรวงว่าจะมีการถ่วงดุลระหว่างกระทรวงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนก็เป็นไปได้น้อยมาก

ส่วนการคัดเลือกกรรมการฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ก็มีจุดอ่อนหลายประการ

ประการแรก กฎหมายมิได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่เป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งต่างจาก พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ที่จะกำหนดให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากการคัดเลือกของประธานและกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐอื่นไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่าทุจริตต่อหน้าที่ และต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

ประการที่สอง กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีในการคัดเลือกผู้แทนทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส ทำให้ที่ผ่านมาผู้แทนฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างจำนวนหนึ่ง ขาดความรู้ความสามารถที่จะมาทำหน้าที่กรรมการได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ประการที่สาม ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างยังเป็นคนเดิมๆ ผู้แทนบางท่านได้เป็นกรรมการถึง 3 วาระติดต่อกัน ซึ่งผิดต่อมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่ระบุว่ากรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะได้รับการแต่งตั้งอีกเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้ นอกจากนี้คณะกรรมการบางชุดก็เกินเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ 2 ปี ผู้แทนบางท่านยังเป็นผู้ลงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ

ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ผู้แทนเหล่านี้สามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างยาวนานนั้น เป็นเพราะว่าผู้แทนเหล่านี้สามารถยึดกุมการนำในสภาองค์การลูกจ้าง “ขนาดใหญ่” ได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่สำนักงานประกันสังคมยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ที่นับว่าสภาองค์การลูกจ้างเท่านั้นที่เป็นตัวแทนผู้ใช้แรงงานที่ “ชอบธรรม” ในระดับชาติของขบวนการแรงงานทั้งประเทศ เมื่อ สปส.ยึดติดว่าผู้นำจากสภาองค์การฯ เท่านั้นที่เป็นตัวแทนแท้จริงของแรงงานไทย ทำให้ สปส.มีตัวบุคคลที่จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าเป็นกรรมการไตรภาคีน้อยมาก

ด้วยทางเลือกที่จำกัดเช่นนี้เอง ที่อาจทำให้ตัวแทนแรงงานในกรรมการไตรภาคีของ สปส. มีคุณภาพที่จำกัด ทั้งในแง่ความรู้ ความสามารถ และความโปร่งใสในแง่ผลประโยชน์ส่วนบุคคล

ในปัจจุบันตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง เป็นแค่ตัวแทนของผู้ใช้แรงงานภาคเอกชนไม่เกิน 3 แสนคน ที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน ซึ่งคิดเป็น 3% ของผู้ประกันตนเท่านั้น

นี่ยังไม่นับปัญหาที่สภาองค์การลูกจ้าง “ขนาดใหญ่” หลายแห่งต่างประสบกับข้อกล่าวหาว่า มีสมาชิกที่เป็นสหภาพแรงงาน “กระดาษ” จำนวนมาก

สภาองค์การนายจ้างบางสภาก็เข้าข่ายเป็นสภากระดาษในลักษณะเดียวกัน

ในปี 2552 กระทรวงแรงงานได้ประกาศระเบียบเกี่ยวกับการคัดเลือกตัวแทนลูกจ้างในคณะกรรมการไตรภาคีของภาครัฐ โดยให้มีการเลือกตั้ง แต่ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งก็ต้องเป็นสมาชิกสหภาพ หรือสภา ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เช่นเดิม ในที่สุดแล้วเราก็จะได้ผู้แทนนายจ้าง ลูกจ้าง หน้าตาเดิมๆ แต่เราจะเสียเงินเพื่อจัดการเลือกตั้งมากขึ้น

ปัญหาเรื่ององค์ประชุมของกรรมการก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง

คณะกรรมการประกันสังคมมีทั้งหมด 15 ท่าน ดังนั้นการมีกรรมการร่วมประชุม 8 ท่าน ก็สามารถประชุมตัดสินโครงการสำคัญๆ ที่เป็นผลเสียแก่กองทุนได้ ถ้ากรรมการฝ่ายลูกจ้างรวมตัวกัน 5 ท่าน ก็สามารถตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่ได้ เช่น

เมื่อสิ้นปี 2551 เป็นช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างได้เสนอให้ สปส. ใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท ซื้อข้าวสารแจกผู้ประกันตน 9 ล้านคน โดยอ้างว่าเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับอะไรจากประกันสังคม ปรากฏว่ากรรมการฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างจับมือกันเห็นด้วย เมื่อให้ลงคะแนนเสียงลับจากผู้เข้าประชุมทั้งหมด 8 ท่าน มี 5 ท่านที่เห็นด้วย มี 1 ท่านไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 1 ท่าน อย่างไรก็ดี โครงการซื้อข้าวสารนี้ได้ถูกเลิกไปในภายหลัง

นั่นแสดงให้เห็นว่า กรรมการเพียง 5 คน ก็สามารถกำหนดคุณภาพชีวิตของคนกว่า 10 ล้านคนได้เลย

กฎหมายประกันสังคมของไทยมันโบราณเกินไปกับสถานการณ์ปัจจุบันเสียแล้ว?

การบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพก็เป็นประเด็นสำคัญ

ที่ผ่านมามีกรรมการหลายท่านเป็นเจ้าของ ผู้ถือหุ้น หรือกรรมการโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งกรรมการแพทย์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอัตราเหมาจ่ายรายหัวให้แก่โรงพยาบาลคู่สัญญาด้วย

กรณีหนึ่งซึ่งสะท้อนถึงการจัดซื้อจัดจ้างบริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่มีประสิทธิภาพ คือ เมื่อสิ้นปี 2546 คณะกรรมการได้อนุมัติการจัดสรรเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการประกันสังคมกรณีว่างงาน จำนวน 394 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ระบบทะเบียนการประกันว่างงานหรือเงินสมทบประเภทอื่นๆ ก็สามารถใช้ระบบเดียวกันได้อยู่แล้ว การมีประกันว่างงานมิได้ต้องการระบบสารสนเทศใหม่เลย

อีกเรื่อง คือ การไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งโดยหลักการแล้วการดูงานที่เป็นประโยชน์สามารถนำมาพัฒนาการบริหารจัดการได้จริงเป็นสิ่งที่ดี แต่การไปดูงานต่างประเทศของกรรมการบางรายการต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้อย่างแท้จริง

การใช้จ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ก็ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล

สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบสำนักงานประกันสังคมคนละไม้คนละมือ อย่าลืมว่าแม่ค้าทอนเงินให้เราไม่ครบไป 1 บาท เรายังทวงคืน ถ้ามีเงินที่ถูกละเลงหายไปกับการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพมันมากกว่านั้นอีกแน่

แม้เงินนี้ท่านอาจจะไม่ได้ใช้ แต่ลูกหลานหรือญาติของท่านจะได้ใช้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท