
3ขุนคลังสับรัฐดีแต่กู้
3 อดีต รมว.คลัง รุมสับรัฐบาล ไม่มีวินัยการคลัง โครงการประชานิยมสร้างหนี้ และปัญหาการทุจริตรุนแรง
3 อดีต รมว.คลัง รุมสับรัฐบาล ไม่มีวินัยการคลัง โครงการประชานิยมสร้างหนี้ และปัญหาการทุจริตรุนแรง
เมื่อวันที่ 23 ม.ค.สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดสัมมนาเรื่อง “โจทย์ท้าทาย อนาคตเศรษฐกิจไทย” โดยเชิญอดีต 3 รมว.คลัง จาก 3 รัฐบาล มาแสดงความคิดเห็น โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวว่า รัฐบาลหาเสียงแบบมักง่าย แจกแต่เงิน จะทำให้หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปี 2562 สูงถึง 63.7% และอาจสูงถึง 7080% ในอนาคต
ทั้งนี้ โครงการประชานิยมที่มีการจัดการอย่างไร้ประสิทธิภาพ สร้างความเสียหายแก่งบประมาณจำนวนมาก อาทิ โครงการรถคันแรก ทำให้รัฐสูญเสียเงินไป 6 หมื่นล้านบาท โครงการจำนำสินค้าเกษตรที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นเงิน 1.19 แสนล้านบาท การเพิ่มทุนให้ธนาคารของรัฐที่เสียหายจากโครงการประชานิยม 1 แสนล้านบาท
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า รัฐบาลสอบตกในเรื่องของวินัยทางการคลัง โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว และโครงการพัฒนาระบบน้ำที่ออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่เบิกจ่ายเพียง 4,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรใช้เงินในงบประมาณปกติ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสการใช้เงิน เช่นเดียวกับการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลไม่ควรออกเป็นกฎหมายพิเศษ ควรใช้เงินจากงบประมาณเช่นเดียวกัน
ขณะที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญความไม่ยั่งยืนของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมีปัจจัยเสี่ยงมาจากระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นจนอาจอยู่ในระดับที่อันตราย ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่มีมากขึ้น และปัญหาระบบข้าราชการที่มีการวิ่งเต้นนักการเมือง ทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่ผ่านระบบข้าราชการไม่มีประสิทธิภาพ







