
สั่งผู้ว่าฯแจงชาวบ้านปมกู้เงิน2.2ล้านล้าน
รมว.มหาดไทย สั่ง ผู้ว่าฯ แจงชาวบ้าน กู้เงิน2.2 ล้านล้านบาท เพื่อนาคตประเทศ ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
รมว.มหาดไทย สั่ง ผู้ว่าฯ แจงชาวบ้าน กู้เงิน2.2 ล้านล้านบาท เพื่อนาคตประเทศ ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
วันนี้ (23 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศพร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทั้ง 18 คน และผู้ตรวจราชการกระทรวง 4 คน
นายจารุพงศ์ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯและผู้ตรวจราชการทุกคนที่ได้รับตำแหน่งใหม่ในครั้งนี้ ยืนยันการกระบวนการแต่งตั้งได้พิจารณากลั่นกรองด้วยความรอบคอบ
ทั้งนี้ นายจารุพงศ์ เผย งบประมาณแผ่นดิน ส่วนที่เป็นงบก้าวหน้าเริ่มมีสัดส่วนน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ศักยภาพการพัฒนาประเทศก็ลดลง หากเป็นแบบนี้ต่อไปประเทศเพื่อนบ้านก็จะแซงเราหมด จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าฯไปชี้แจงประชาชนว่า รัฐบาลกำลังวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า แต่การออกกฎหมายกู้เงิน เป็นเรื่องยากเพราะมีบางคนบางพวกที่เกิดมาเพื่อค้าน จึงขอให้ทำการถ่ายทอดลงไปจนถึงระดับหมู่บ้าน อาจจะเป็นเรื่องยากแต่ก็อยากชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจเรื่องนี้ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเหมือนเรื่องผู้ใหญ่ลี ที่จากสุกรกลายมาเป็นหมาน้อยธรรมดา
ทั้งยังกล่าวอีกว่า จากรายได้ประชาชาติพบว่ารายได้ส่งออกจากสินค้าอุตสาหกรรม มีมากกว่าสินค้าเกษตร แต่เมื่อวานนี้(22 ม.ค.)จากการประชุมแผนพัฒนาจังหวัด พบว่ามีชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตเป็นเกษตรกรอีกจำนวนมาก ยังมีรายได้น้อย ดังนั้น ผู้ว่าฯต้องช่วยเกษตรกร คอยให้ความรู้ แนวทางที่จะเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนให้เหลือน้อยลง
นายจารุพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด.ไปสำรวจอาคารพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในจังหวัดของตนเอง ที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ขอให้ทำการประเมินว่าจะนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ทำอะไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเรื่องงานทะเบียน กระทรวงมหาดไทยมีกรมการปกครองที่ดูแลงานทะเบียนเลขราษฎร13.หลัก ขอให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เหมาะสมกับยุคดิจิตอล.ในเลข13หลักควรจะต้องระบุได้ว่ามีคนไทยประกอบอาชีพอะไรบ้าง.หรือใครที่ไม่ประกอบอาชีพ ต้องสามารถบอกได้ว่าในจังหวัดหวัดนั้นมีคนเรียนหนังสือและไม่เรียนหนังสือกี่คน ต่อไปเราก็จะสามารถบอกได้ว่าประชากรในจังหวัดนั้น ใครมีฐานะความร่ำรวย ยากจนอย่างไร สิ่งเหล่านี้ตนให้ไว้เป็นแนวทาง หากสามารถดำเนินการได้ผู้ว่าฯและกระทรวงมหาดไทยก็จะได้รับการยอมรับมากขึ้น







