
ปรับ ครม.ปู4 เป้าใหญ่ทีมเศรษฐกิจ
ศึกนอกยังไม่ทันหาย ศึกภายในเริ่มตั้งเค้าอีกรอบ!!!
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ศึกนอกยังไม่ทันหาย ศึกภายในเริ่มตั้งเค้าอีกรอบ!!!
ในขณะที่ภารกิจร้อนของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ปรองดองที่เดินหน้าสู่เป้าหมาย “นิรโทษกรรม” บางคน บางกลุ่ม แต่ทำไปทำมากำลังต้องสะดุดกับปัญหาด้านข้อกฎหมาย ยิ่งเจอเสียงคัดค้าน แรงต่อต้านจากหลายฝ่าย ทำให้รัฐบาลเพื่อไทยไม่มีทางเลือก นอกจากต้องตัดสินใจเลือกเดิน “เกมยื้อ” ด้วยการโยนให้คณะกรรมการชุดต่างๆ ไปพิจารณาหาทางออกที่ไม่รู้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่
ด้านหนึ่งนอกจากจะเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานไม่ให้ซ้ำเติมปัญหาการบริหารงานของรัฐบาลแล้ว อีกด้านหนึ่งยังช่วยเซฟตัวเองไม่ให้ถูกยื่นเรื่องถอดถอน หรืออาจลุกลามถึงขั้นยุบพรรค
แต่อีกด้านหนึ่ง คลื่นใต้น้ำกำลังเริ่มก่อตัวจากการปรับ ครม.ครั้งใหม่ ที่ว่ากันว่าจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
ประการแรก เพื่อทดแทนตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาแทน “ชุมพล ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 21 ม.ค.
แต่ด้วยกาลเทศะแล้วอาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนถึงขั้นต้องเร่งปรับเปลี่ยนหาคนมารับตำแหน่งแบบทันทีทันใด เมื่อสามารถมอบให้รองนายกฯ คนอื่นๆ มาช่วยรักษาการในระหว่างที่เรื่องยังไม่เรียบร้อย
ประการที่สอง บาดแผลจากศึกซักฟอกเมื่อปลายปีที่แล้ว ฝ่ายค้านปล่อยหมัดในการชำแหละหลายโครงการ โดยเฉพาะงบน้ำท่วมที่เวลานี้เรื่องกำลังถูกขยายผลต่อไปยัง ป.ป.ช. ที่เวลานี้กำลังเดินหน้าสอบสวน ย่อมทำให้รัฐบาลต้องคิดหาทางตัดเนื้อร้ายไม่ให้ลุกลามไปทั่วร่างกาย
ประการต่อมา ดีเดย์ 1 ก.พ.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตัดสินชี้ชะตาอนาคตทางการเมือง “วราเทพ รัตนากร” ว่าจะสิ้นสภาพคุณสมบัติความเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่
จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก “วราเทพ” 2 ปี และให้รอลงอาญา 2 ปี ในคดีหวยบนดิน ซึ่งเคยเป็นประเด็นถกเถียงกันว่าคำพิพากษาจำคุกแต่รอลงอาญาจะทำให้พ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งสุดท้าย สว. 24 คน ได้ยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด
และไม่ว่าผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้จะออกมาอย่างไร แต่แน่นอนว่าย่อมเกิดแรงกระเพื่อมจากหลายมุ้ง หลายก๊วน ในเพื่อไทย รวมไปถึงเสื้อแดงและอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่จ่อคิวรอรอบ “เก้าอี้ดนตรี” คงต้องอาศัยจังหวะนี้เร่งเร้าให้ปรับ ครม.รอบใหม่
งานนี้เจ้าของเก้าอี้เดิมคงต้องร้อนๆ หนาวๆ โดยเฉพาะกับ รมต. “ทีมเศรษฐกิจ” ทั้งหลาย ที่ถูกทั้งแซะ ทั้งทึ้งเก้าอี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ปรับ ครม.รอบแรก แต่ด้วยสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นจึงยังทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้
เริ่มตั้งแต่เก้าอี้แรก “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกฯ ควบ รมว.คลัง ที่แรกเริ่มเดิมทีดูจะไม่เข้าตา “นายใหญ่” แต่ด้วยแรงหนุนจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้ฝ่าด่านคนแดนไกลมารับหน้าที่เป็นหัวหอกด้านเศรษฐกิจได้สำเร็จ
ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายประชานิยมที่ผ่านมา เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง โดยเฉพาะโครงการรถคันแรก ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทะลุ 1.3 ล้านคัน ที่เริ่มจะเห็นผลกระทบจากการต้องนำเงินภาษีประชาชนมาใช้ในโครงการ 3 หมื่นล้านบาท หนำซ้ำยังถูกถล่มว่าซ้ำเติมปัญหารถติด แทนที่จะนำเงินไปใช้ลงทุนในการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน
ยังไม่รวมกับระเบิดลูกโตที่ออกมาพูดเรื่อง “โกหกสีขาว” จนสั่นสะเทือนความน่าเชื่อถือไปทั้งรัฐบาล แต่สุดท้ายก็ยังอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน
อีกด้านหนึ่งจากฟาก “เจ๊ ด.” ทั้ง “บุญทรง เตริยาภิรมย์” รมว.พาณิชย์ ที่ “พิษจำนำข้าว” ทำเอาสะบักสะบอมไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณและการรั่วไหล ไม่โปร่งใส ที่ฉุดคะแนนนิยมรัฐบาลอย่างหนัก จนคิดว่าน่าจะหลุดเก้าอี้หลายรอบ ซ้ำเติมกับผลงานที่ไม่เข้าตา โดยเฉพาะเรื่องของแพงที่สาหัสต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
ถัดมาที่ “ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย” รมช.คลัง ที่วางบทบาททำตัวโลว์โพรไฟล์ ไม่มีเรื่องปะทะกับใคร และประคองตัวต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ใช่ว่ารอบหน้าเก้าอี้ตัวนี้จะยังเหนียวแน่นอยู่เสมอไป
แต่ต้องยอมรับว่า “จุดอ่อน” ในทีมเศรษฐกิจยังเป็นปัญหาที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และนับวันจะฉุดรั้งให้รัฐบาลต้องสูญเสียความนิยมไปเรื่อยๆ จนปรับ ครม.ครั้งที่แล้ว มีแนวคิดเสนอให้ดึงคนหน้าใหม่ที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยกู้ภาพลักษณ์ให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังไม่อาจทำได้สำเร็จ
ขณะที่ในส่วนของ “ชาติไทยพัฒนา” เวลานี้ที่ต้องรอประชุมใหญ่ประจำปี ในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ในส่วนของการวางตัวคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับที่ “บิ๊กเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา จะดันใครที่ไว้วางใจให้มารับตำแหน่งสำคัญในเวลานี้
ดังนั้น ช่วงเวลานับจากนี้เป็นต้นไป จึงน่าจะได้เห็นแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง จากบรรดาแคนดิเดตที่พลาดหวังครั้งที่แล้วกับแคนดิเดตหน้าใหม่ ที่คงต้องออกมาเปิดศึกประกาศจองโควตาขัดขาคู่แข่งกันเร็วๆ นี้







