
ประกาศพระราชสมัญญาพระมารดาแห่งไหมไทย
กรมหม่อนไหมเตรียมจัดงาน 1 มี.ค.เฉลิมฉลอง พระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย”
กรมหม่อนไหมเตรียมจัดงาน 1 มี.ค.เฉลิมฉลอง พระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย”
นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมได้เตรียมจัดงาน เฉลิมฉลองเพื่อประกาศพระเกียรติคุณ “พระมารดาแห่งไหมไทย” แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 11 มี.ค.2556 ที่กรมหม่อนไหม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ทั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงงานด้านหม่อนไหมด้วยพระวิริยะอุตสาหะมาตลอด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมได้มีอาชีพที่ยั่งยืน และทำให้ผ้าไหมไทยได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ จนในปี 2545 คณะกรรมการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (International Sericultural Commission) ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตทูลเ กล้าฯ ถวายรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ได้ศึกษาพัฒนาและทำคุณประโยชน์ยิ่งต่อวงการหม่อนไหมไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ต่อมาในปี 2550 พระองค์ทรงพระราชทานเครื่องหมายตรานกยูงพระราชทาน ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย 4 ชนิด ได้แก่ ตรานกยูงพระราชทาน สีทอง (Royal Thai Silk) สีเงิน (Classic Thai Silk) สีน้ำเงิน (Thai Silk) และสีเขียว (Thai Silk Blend) ซึ่งขณะนี้ได้จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยในต่างประเทศไปแล้วรวม 35 ประเทศ
ทั้งนี้ในงานจะมีการแสดงนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจในสมเด็จฯ และออกร้าน การจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม การจัดทำหมู่บ้านไหมไทยต้นแบบเฉลิมพระเกียรติฯ 80 หมู่บ้าน การประมูลผ้าไหมประจำท้องถิ่น เพื่อนำเงินทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การขยายพันธุ์ “หม่อนน้อยทรงปลูก” 8,000 ต้น แจกจ่ายเป็นไม้มงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามโครงการผลิตและกระจายพันธุ์ “หม่อนน้อยทรงปลูก” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้เสด็จฯ ทรงเปิดอาคารที่ทำการกรมหม่อนไหม และได้ทรงปลูกต้นหม่อนน้อยบริเวณหน้าอาคารกรมหม่อนไหม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554
นอกจากนี้ จะมีการทูลเกล้าฯ ถวายงานตามพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่ การทอผ้าไหมลายโบราณทูลเกล้าฯ ถวาย ตามที่ได้มีพระราชดำริในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมาธิการหม่อนไหมโลก ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2554 ให้อนุรักษ์ผ้าไหมลายโบราณต่าง ๆ คือ ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์, ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม และผ้าซิ่นสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนำมาแสดงในวันนั้น รวมทั้งการจัดการประกวดเส้นไหมไทยพื้นบ้าน ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากรังไหมและผ้าไหม และการออกแบบชุดผ้าไหมระดับประเทศ ตลอดจนงานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อดำเนินงานตามพระราชดำริ ให้มีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม อนุรักษ์ และเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยและก้าวไกลสู่สากล สมดังพระราชปณิธาน







