posttoday
ครม.อนุมัติ 617 ล้าน นำร่องภาคเหนือตอนล่างรับมือเออีซี

ครม.อนุมัติ 617 ล้าน นำร่องภาคเหนือตอนล่างรับมือเออีซี

22 มกราคม 2556

นอกเหนือจากมติเห็นชอบในหลักการแผนงานและโครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 78 โครงการ วงเงินรวม 51,385.47 ล้านบาทแล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ได้เห็นชอบแผนงานและโครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที 33 โครงการ วงเงินรวม 617.7073 ล้านบาท

นอกเหนือจากมติเห็นชอบในหลักการแผนงานและโครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 78 โครงการ วงเงินรวม 51,385.47 ล้านบาทแล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ได้เห็นชอบแผนงานและโครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที 33 โครงการ วงเงินรวม 617.7073 ล้านบาท

ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า

โครงการเหล่านี้เป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) เพื่อส่งเสริมการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 รวม 11 ข้อเสนอ ประกอบด้วย 1.เร่งรัดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก ภายในปี 2558 และ 2.เร่งรัดยกระดับด่านภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เป็นด่านถาวร ภายในเดือน มี.ค. 2556 3.พัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ โดยขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (พิษณุโลกหล่มสัก) จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจรเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

4.จัดตั้งศูนย์บริการขนส่งผู้โดยสาร และศูนย์กระจายสินค้า สี่แยกอินโดจีน จ.พิษณุโลก เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางภาคเหนือตามยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ และระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก 5.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 6.โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพภาคเหนือตอนล่าง จ.พิษณุโลก 7.การยกระดับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างและทั่วประเทศ

8.กำหนดนโยบายมาตรการจูงใจการลงทุนและส่งเสริมการพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นมาตรการเร่งด่วน 9.เร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ ประกอบด้วยรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทาง รถไฟรางคู่ 4 เส้นทาง 10.ขอให้เร่งเจรจากับประเทศเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เพื่อยกระดับจุดผ่อนปรนในด่านถาวร 11.เร่งรัดขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ไปสู่การปฏิบัติ

ด้าน สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติทุกหลักการในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด โดยโครงการสำคัญๆ ประกอบด้วย การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษให้แม่สอดเป็นโมเดลนำร่อง โครงการขุดเจาะอุโมงค์เส้นทางรถไฟ โครงการถนน 4 เลน ตากแม่สอด โครงการปรับปรุงสนามบินแม่สอด และการจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม

“แม่สอดเป็นประตูของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บนระเบียงเศรษฐกิจอิสเวตส์อีโคโนมิกคอร์ริดอร์ EWEC จึงต้องเชื่อมเส้นทางทุกเส้นทาง เช่น รถไฟเชื่อมไปยังพิษณุโลกขอนแก่น มุ่งสู่อีสานเข้าสู่ลาวและเวียดนาม โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นประธานคณะทำงานศึกษาแผนแม่บทจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ส่วนร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ “นครแม่สอด” ผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยในวันที่ 22 ม.ค.นี้ รมว.มหาดไทย จะประชุมคณะทำงานและลงพื้นที่ในเร็วๆ นี้”

วันเดียวกัน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯเชียงใหม่ ระยะที่ 1 กรุงเทพฯพิษณุโลก ขึ้นที่ จ.พิษณุโลก

จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดโครงการรถไฟความเร็วสูงไว้ 4 เส้นทาง คือ 1.กรุงเทพฯเชียงใหม่ 2.กรุงเทพฯนครราชสีมา 3.กรุงเทพฯหัวหิน และ 4.ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์สุวรรณภูมิชลบุรีพัทยา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้าที่ประหยัด รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

“จ.พิษณุโลก เป็นเมืองรองๆ จาก กทม. ที่เป็นเป้าหมายการขยายการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคต ซึ่งจะเป็นเมืองบริการศูนย์กลางสี่แยกอินโดจีน”

สาธิต มาลัยธรรม รองผู้จัดการโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯเชียงใหม่ ระยะที่ 1 กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะใช้เขตทางรถไฟเดิมเพื่อเลี่ยงการเวนคืนที่ดินให้น้อยที่สุด รวมทั้งเพื่อหาพื้นที่รอบสถานีให้เพียงพอต่อการพัฒนาเชิงพาณิชย์ นำรายได้มาเลี้ยงกิจการเดินรถไฟ

“สายกรุงเทพฯเชียงใหม่ จะใช้แนวรถไฟสายเหนือ แต่จะสร้างช่วงกรุงเทพฯพิษณุโลก ระยะทาง 382 กิโลเมตรก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากช่วงพิษณุโลกเชียงใหม่ จะผ่านภูเขาและคดเคี้ยวต้องเจาะอุโมงค์ ต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในเชิงพาณิชย์รถไฟความเร็วสูงจะต้องมีความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแข่งกับเครื่องบิน แต่ราคาค่าโดยสารคนละ 1,0001,200 บาท ขณะที่ค่าเครื่องบินอยู่ที่ 2,000 บาท ค่าโดยสารถูกกว่าเกือบครึ่งทำให้ยังได้เปรียบ”

อย่างไรก็ตาม การระดมความคิดเห็นครั้งนี้เป็นครั้งแรก จากนี้อีก 14 เดือนจะทำการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2556 ใช้เวลาก่อสร้าง 50 เดือน คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ปลายปี 2561

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท