
ไล่ล่าระทึกลูกนักการเมืองค้ายาบ้า
ตร.บางมูลนาก พิจิตร ไล่ล่าระทึกลูกนักการเมืองค้ายาบ้า จับได้แค่ลูกสมุน 7 ราย ยาบ้า 600 เม็ด
ตร.บางมูลนาก พิจิตร ไล่ล่าระทึกลูกนักการเมืองค้ายาบ้า จับได้แค่ลูกสมุน 7 ราย ยาบ้า 600 เม็ด
พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงผลจับกุมแก็งค์ค้ายาบารายใหญ่ ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีผู้ต้องหา 7 คน ได้แก่ นายเอกชัย คงคา อายุ 35 ปี นางสาวนภาลัย แย้มนวล 26 ปี นายสมเกียรติ บุญเฉย อายุ 27 ปี นางสาวสุฑามาศ เถื่อนดี อายุ 19 ปี นายรังสรรค์ กลางสอน อายุ 27 ปี นายนิเวศน์ ขันทอง อายุ 21 ปี และนายสุชาติ ชมเชย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 602 เม็ด อาวุธปืนลูกซองสั้นอีกจำนวน 3 กระบอก รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่น Yaris สีดำ หมายเลขทะเบียน ชอ – 8398 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน กค - 8760 จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดของนายวารุจน์ ทองแท่ง อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ในพื้นที่และอยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางมูลนาก ได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ที่บ้านพักในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 คนให้การซัดทอดว่า รับยาบ้ามาจากนายวารุจน์ เอเย่นต์รายใหญ่ ดังนั้นตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด สภ.บางมูลนาก จึงให้สายลับปลอมตัวเข้าล่อซื้อยาบ้าจำนวน 200 เม็ดจากนายวารุจน์ โดยนัดส่งของกันริมถนนสายบางมูลนาก – ชุมแสง เมื่อมีการซื้อขายยาบ้าและส่งมอบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สายลับจึงส่งสัญญาณให้กำลังตำรวจที่ซุ่มอยู่แสดงตัวและบุกเข้าจับกุม
แต่ในส่วนของนายวารุจน์ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งขบวนการค้ายาบ้าและเป็นลูกชายของนายก อบต.แห่งหนึ่งในเขต จ.พิจิตรได้ไหวตัวทัน ขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีดำ หลบหนีโดยมีตำรวจไล่ล่าและใช้อาวุธปืนไล่ขับยิงถูกที่ยางรถยนต์เก๋งจนแตก แต่นายวารุจน์ก็พยายามขับรถยนต์หลบหนีไปได้ ทั้งๆ ที่ยางด้านหน้าข้างขวาแตก ก่อนที่จะมีผู้ร่วมขบวนการนำรถจักรยานยนต์มารับผู้ต้องหาหลบหนีไปได้
โดยจอดรถยนต์เก๋งทิ้งไว้ในเขตตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล ตำรวจจึงตรวจยึดและนำรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวกลับมาตรวจค้นโดยละเอียด จึงพบว่า มียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถอีกจำนวน 180 เม็ด รวมกับที่ล่อซื้ออีก 200 เม็ดและจับกุมได้อีก 222 เม็ด รวมเป็น 602 เม็ด พร้อมกับตรวจสอบทะเบียนรถยนต์เก๋งของนายวารุจน์ จึงทราบว่าเป็นการสวมทะเบียนปลอม
เจ้าของรถคันดังกล่าวอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ จึงอาจจะเป็นยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมมา ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวว่าเคยแจ้งหายไว้หรือไม่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคดียาเสพติดหรือไม่ พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานของศาลจังหวัดพิจิตรอนุมัติหมายจับนายวารุจน์ ซึ่งตำรวจพอจะทราบเบาะแสแล้ว เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่รายนี้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ใด ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







