posttoday
ปูมอบนโยบายยุทธศาสตร์ประเทศปี57

ปูมอบนโยบายยุทธศาสตร์ประเทศปี57

22 มกราคม 2556

นายกฯ มั่นใจ เศรษฐกิจประเทศโตภายใน 6 เดือน สั่งพาณิชย์-คลังดูแลอัตราเงินเฟ้อไม่ให้เกินร้อยละ 3 หลังคาดว่า จีดีพีประเทศปีนี้จะเติบโตร้อยละ 5.5

นายกฯ มั่นใจ เศรษฐกิจประเทศโตภายใน 6 เดือน สั่งพาณิชย์-คลังดูแลอัตราเงินเฟ้อไม่ให้เกินร้อยละ 3 หลังคาดว่า จีดีพีประเทศปีนี้จะเติบโตร้อยละ 5.5

เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 22 ม.ค.ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายสำหรับขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศและการชี้แจงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557    ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ 4 ยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนประเทศในปี 2557 และการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ประกอบด้วย การสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากประเทศรายได้น้อย เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ยุทธศาสตร์ลดความเหลี่อมล้ำ เพื่อสร้างโอกาสความเสมอภาค และความเท่าเทียมกับสังคม ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ยุทธศาสตร์ สร้างความเติบโตบนพื้นฐานคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยุทธศาตร์ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทั้ง 4ยุทธศาสตร์จะนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศ ตามนโยบายขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวพระราชดำรัส เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว้า การบริหาราชการ กว่า 1 ปี ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีความท้าทาย  เพราะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ที่ไม่นิ่ง ทั้งด้านเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความเป็นประชาธิปไตย และความเท่าเทียม  เศรษฐกิจของประเทศที่ไม่สมดุล และสังคมขาดการดูแล แต่ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 48 ของจีดีพี ซึ่งถือว่าสูงกว่าคาดการณ์ และคาดว่าในปีนี้ จีดีพีประเทศจะอยู่ที่ร้อย 5.5 ส่วนภาวะเงินเฟ้อขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะปกติ คือร้อยละ 3 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันดูแล ไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มมากไปกว่านี้ และที่ผ่านมาเราขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 4 แสนล้าน แต่วันนี้สามารถรักษาภาวะขาดดุลลดลงต่อเนื่อง ภาวะตกงานน้อยลง เพราะมีการปรับยุทธศาสตร์ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก หนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 43.9 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

" ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ชี้แจงกับส่วนราชการในการจัดทำยุทธศาตร์ให้ไปในทิศทางเดียวกันและมีการจัดสรรงบประมาณได้เต็มศักยภาพ  เพราะการจัดทำยุทธศาสตร์จะมีปัจจัยและอุปสรรค 2 ด้าน คือ  ปัจจัยภายนอกประเทศ จากเศรษฐกิจ-สังคมโลกที่กระทบประเทศไทย เนื่องจากรายได้ของไทยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการส่งออก  และ ปัจจัยภายในประเทศ จากการทำงานของส่วนราชการและการบริหารจัดการน้ำต้องเดินหน้าอย่างเต็มศักยภาพ เพราะปัจจุบันสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมากขึ้น  หากต้องการให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตจำเป็นต้องพัฒนาภายในประเทศด้วย ทั้งการพัฒนาการศึกษา  แก้ปัญหายาเสพติด  แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม  แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ  เนื่องจากที่ผ่านมาไทยไม่ได้มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เลย ถึงขนาดแพ้มาเลเซีย มีเพียงการลงทุนตามปีงบประมาณแบบปีต่อปีเท่านั้น  ทำให้ขีดความสารถทางการแข่งขันประเทศลดลง 

ทั้งนี้  จากการเดินหน้านโยบายและการใช้จ่ายงบประมาณระหว่างปี 2555-2556 พบว่า ประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้  ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณร้อยละ 10 จากทุกกระทรวง,เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท การขยายตัวของยอดการท่องเที่ยวของไทย  โครงการรถคันแรกที่เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,250,000 คัน โดยต้องคืนเงินภาษีจำนวน 90,000 ล้านบาท รัฐบาล จะมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อคืนให้กับประชาชน  หลังรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้เกินเป้า  ทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น  ดูจากตัวเลขนักลงทุนที่ขอรับการสนับสนุนการลงทุนจากบีโอไอเพิ่ม 2,500 ราย ขณะที่ทุนสำรองประเทศมีความมั่นคงและเพียงพอ  โดย รัฐบาล มั่นใจ  ปีนี้จะสามารถทำให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตขึ้นภายใน 6 เดือน คาดว่า จีดีพี่ประเทศจะเติบโตร้อยละ 5.5 ส่วนอัตราเงินเฟ้อต้องไม่เกินร้อยละ 3 ของจีดีพี โดยให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังดูแล"นายกฯกล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวย้ำว่า   รัฐบาล  จำเป็นต้องมีการปรับยุทธศาตร์การจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาตร์ประเทศ  เริ่มตั้งแต่การปรับนโยบายรัฐไปยังกระทรวงก่อนลงไปยังจังหวัดให้มีความสอดคล้องกัน  เพื่อให้เกิดการจัดสรรและเบิกจ่ายงบประมาณอย่างเต็มศักยภาพ  โดยเฉพาะการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานประเทศ  และการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน  เพื่อก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์  การส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ในการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน  ด้วยการรักษาฐานตลาดประเทศท่องเที่ยวเดิมไว้แล้วเจาะตลาดประเทศท่องเที่ยวใหม่เพิ่มเติม อย่างตลาดในอาเซียน  และการจัดการที่ดินประเทศ(โซนนิ่ง) ด้วยการกำหนดการใช้ที่ดินให้ชัดเจนในแต่ละประเภทการใชังาน ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายคิดบวก ก็จะได้เห็นรัฐบาลมำงานร่วมกับภสคเอกชนและภาคประชาชน ร่วมกันพัฒนาประเทศและสร้างความมั่นคง ยั่งยืนและสมดุลต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท