
หลวงปู่จามสั่งเสียอย่าจัดงานเอิกเกริก
หลวงปูจามสั่งเสียครั้งสุดท้ายก่อนละสังขารอย่างานศพให้เอิกเกริกวุ่นวาย
หลวงปู่จามสั่งเสียครั้งสุดท้ายก่อนละสังขารอย่างานศพให้เอิกเกริกวุ่นวาย
บรรยากาศที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร สถานที่จัดงานพิธีศพของหลวงปู่จาม มหาปุญโญ พระกรรมฐานสายพระป่าชื่อดัง ยังคงมีลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมากราบไหว้ศพหลวงปูจามตลอดทั้งหวัด โดยทางวัดได้นำหนังสือ 104 ปี ธรรมวิพากษ์ หลวงปู่จาม พร้อมภาพถ่ายมาแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางมาร่วมงาน โดยจะเป็นประวัติ รูปภาพ และคำสอนของหลวงปู่จาม ที่รวบรวมเขียนไว้อย่างสมบูรณ์ มีบรรดาญาติโยมต่างก็ร่วมบริจาคเงินให้กับทางวัดกันแน่น
พระธรรมโร ครูบาแจ๋ว รักษาการเจ้าอาวาส ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ กล่าวว่า ก่อนที่หลวงปู่จามจะละสังขาร ท่านได้เริ่มสั่งความไว้เมื่อช่วงก่อนหน้านี้ได้พูดถึงสมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ที่หลวงปู่จามใช้อยู่ต้องการยกให้เป็นของวัด เป็นของสาธารณะ เป็นของศาสนา เป็นของสงฆ์ก็ให้เป็นของโดยส่วนรวม ส่วนสมณะบริขารทั้งหมดของหลวงปู่ ยกให้พระสงฆ์ พระเณรที่อยู่ในวัดนี้ ร่วมกันพิจารณาตามความเหมาะสม การดำเนินการของงานศพ การเผาอย่าให้เอิกเกริกวุ่นวาย เป็นหน้าที่ของญาติโยมเขาทำกันไปอย่าไปเก็บศพเอาไว้ ตายวั นใดเผาวันนั้นยิ่งดี
อย่างไรก็ตามตอนนั้นได้ต่อรองกับหลวงปู่ ด้วยวาจาไปว่าขอเป็น 7 วัน 10 วัน 15 วัน ซึ่งหลวงปู่ก็วางเฉย จากนั้นหลวงปู่บอกให้จัดที่ประชุมเพลิงไว้ทางทิศตะวันออกของเจดีย์ แต่อย่าก่อเจดีย์ขึ้นมาแข่งกับพระธาตุเจดีย์ให้รักษาเอาไว้ ยึดตามประเพณีที่เคยทำมาแล้ว ส่วนกุฏินั้นให้ทำเป็นโรงสังฆกรรม หรือแล้วแต่สมภารวัดจะจัดการดูแลไป การก่อสร้างร่างแปลนต่างๆนั้น มีเงินพร้อมแล้วจึงให้ทำ เงินไม่มีอย่าทำ อย่าไปขอ อย่าไปเรี่ยไรให้เป็นเรื่องศรัทธาญาติโยม
ทั้งนี้เป็นนักบวชให้ตั้งในพระธรรมวินัย ตั้งใจภาวนาไป เพราะโลกนี้มันไม่เที่ยง เกิด แก่ ไข้ เจ็บตาย เป็นเรื่องร้ายอย่างยิ่ง ทำอย่างใดจะดับธรรมนี้ได้ให้เป็นธรรมดา ตายแล้วอย่าทำบุญอุทิศให้ บุญของข้าฯ ทำไว้แล้ว การสวดกุสลามาติกาก็อย่าทำให้วุ่นวาย ผ้าบังสุกุล ผู้ข้าฯก็ไม่เอา เอาแต่ไฟเผา ขี้เถ้ากระดูกเหลือก็ให้ขุดหลุมฝังเสียให้เรียบร้อยหรือไม่ก็เอาไปทิ้งลงแม่น้ำโขงให้หมดเรื่องอย่าได้เมาเถ้าเมากระดูก
สำหรับธรรมคำสอนของหลวงปู่ล่าสุด กล่าวไว้เมื่อวันที่ 12 ม.ค.56 “ของบ่ใช่ตน มันก็อย่างนี้ของมัน ออดแอดขรุขระไปตามเรื่องของมันแก่เฒ่าเต็มที่ก็ป่วยไข้ เสาะแสะโซะเซะไปหาตาย ธรรมดาแท้ๆ หละ จะทุกข์หรือก็บ่ใช่ บ่ทุกข์หรือก็บ่ใช่ตามแต่เรื่องของเรื่อง” วันที่ 14 ม.ค.หลวงปู่เปรยออกมาว่า “ธาตุขันธ์คนเฒ่า มันเป็นอย่างนี้หละเน้อ” วันที่ 15 ม.ค. “พระพุทธเจ้าว่า สังขารเป็นทุกข์ที่สุด แต่คนไม่มีที่พึ่งนั้นเป็นทุกข์ยิ่งกว่า” วันที่ 16 ม.ค. “ชาติธมุโม ชราธิธมุโม พยาธิธมุโม มรณธมุโม เห็นธรรมดานี้เป็นธรรมจะพ้นทุกข์ได้” วันที่ 17 ม.ค. “มันเต็มที่ของมันละน่ะ คราวนี้” วันที่ 18 ม.ค. ช่วงที่คณะแพทย์ได้ให้การช่วยเหลือ หลวงปู่ได้เปรยว่า “เอาล่ะ พอ พอ บ่เอาอีกดอก พอ” และวันที่ 19 ม.ค. เวลาประมาณ 08.00 น. คณะแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ได้พยายามช่วยปั๊มหัวใจของหลวงปู่จามหลังอาการทรุดลงอย่างหนัก ก่อนที่จะละสังขารไปอย่างสงบ
คณะศิษยานุศิษย์ยังเตรียมการจัดงานพิธี ศพของหลวงปู่จาม ซึ่งวาระต่างๆ จะมีการประชุมทุกวันและจะต้องให้เลยวันที่ 24 ม.ค. 56 ไปก่อน ทุกอย่างจึงจะลงตัว กำหนดการประกาศไว้เพื่อให้ประชาชนรับทราบลำดับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวัน ก่อนจะถึงวันพระราชทานเพลิงศพ ไม่ได้กำหนดว่าจะมีขึ้นภายใน 7 วัน 10 วันหรือ 15 วัน0 กำหนดการ รวม ดังนี้
พระภิกษุสามเณรรับบิณฑบาตรอบหมู ่บ้านเวลา 07.40 ถวายภัตตาหาร แต่ละวันเปิดโอกาสให้ พุทธศาสนิกชนเข้ากราบสรีระสังขารได้ตลอดทั้งวัน เวลา19.00น. สวดมนตร์ทำวัตรเย็น พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม ชักผ้าบังสุกุล ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมเวลา 20.30น. แสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 ซึ่งกำหนดการนี้ยังคงปฏิบัติเป็นปกติจนกว่าจะเตรียมงานโดยพร้อมและเหมาะสมจึงจะได้มีการประชุมเพื่อหาข้อตกลงและความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง







