
พื้นฐานที่ยั่งยืน
ยุทธศาสตร์ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร วันที่ 21 ม.ค.นี้ ตามการเสนอของกระทรวงคมนาคม เพื่อพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ ผ่านร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พ.ศ. ... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้า ครม. วันที่ 5 ก.พ.นี้
ยุทธศาสตร์ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร วันที่ 21 ม.ค.นี้ ตามการเสนอของกระทรวงคมนาคม เพื่อพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ ผ่านร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พ.ศ. ... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้า ครม. วันที่ 5 ก.พ.นี้
รัฐบาลบอกว่า การกู้เงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวขึ้นปีละ 1% และยืนยันว่าจะไม่ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มเกิน 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี จากปัจจุบันอยู่ที่ 43% ของจีดีพี
สำหรับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะมีการกำหนดบัญชีโครงการที่จะลงทุนไว้ 2 บัญชี โดยบัญชีแรก เป็นโครงการที่พร้อมลงทุน แต่หากมีปัญหาดำเนินการไม่ได้ จะนำโครงการจากบัญชี 2 มาลงทุนแทน ซึ่งทั้งสองบัญชีเป็นโครงการขนส่งระบบราง ทางน้ำ ถนน และการสร้างด่านศุลกากรเชื่อมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว 7 ปี (ปี 2556-2563) กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดภารกิจเร่งด่วน 3 ด้าน คือ 1.การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทางบกเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญกับเพื่อนบ้าน ทั้งโครงข่ายถนน โครงข่ายรถไฟ โครงข่ายขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางอากาศ และ 3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ
ขณะที่สัดส่วนการลงทุนงบ 2 ล้านล้านบาท จะเป็นการลงทุนในระบบรางมากสุด 1.6 ล้านล้านบาท หรือ 78% ของเงินกู้ทั้งหมด ทางถนน 3.2 แสนล้านบาท สัดส่วน 15% ทางน้ำประมาณ 3 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 2% ของงบประมาณที่เหลือใช้ลงทุน เช่น สร้างศูนย์กระจายสินค้า
จะเห็นได้ว่าเงินกู้ปรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท เน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ระบบรางถึงเกือบ 80% ของงบทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลควรสร้างโอกาสเพิ่มจากการลงทุนของระบบราง ทำให้ประเทศไทยสามารถยกระดับขึ้นมาเป็นผู้เชี่ยวชาญระบบรางในอนาคต ด้วยการกำหนดเงื่อนไขในการลงทุนให้ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือมีการกำหนดให้สร้างงานโรงงานผลิตรถไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อยอดให้ไทยจะสามารถผลิตและพัฒนาระบบรางของไทยขึ้นมาเองและอาจส่งออกไปต่างประเทศ เช่นกับที่จีนเคยต่อรองการลงทุนระบบรางกับทุนต่างชาติ จนปัจจุบันจีนสามารถสร้างและพัฒนาระบบรางออกไปแข่งขันชิงการลงทุนระบบรางได้ทั่วโลกแล้ว
เมื่อชาติจะต้องกู้เงินมากถึง 2 ล้านล้านบาทแล้ว ก็ขอให้สร้างประโยชน์มากกว่าที่รัฐบาลมองแค่จะมุ่งเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าต่อจีดีพี ให้อยู่ในอัตราที่แข่งขันกับประเทศอื่นได้เท่านั้น เพราะการทำให้ไทยผลิตและพัฒนาระบบรางได้ จะเป็นการลงทุนที่สร้างความยั่งยืนให้ชาติได้มากกว่า







