
โบอิ้งระงับส่งมอบเครื่องดรีมไลเนอร์
แก้ไขจนกว่าจะผ่านการรับรอง ยันเดินหน้าผลิตรุ่นนี้ขายต่อไป
แก้ไขจนกว่าจะผ่านการรับรอง ยันเดินหน้าผลิตรุ่นนี้ขายต่อไป
โบอิ้งระงับส่ง 787 ทั่วโลกจนกว่าจะตรวจสอบแก้ไขข้อผิดพลาดสำเร็จ มีมาตรฐานปลอดภัย ยันเดินหน้าผลิตต่อ
โบอิ้ง บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและอากาศรายใหญ่ของสหรัฐประกาศระงับการส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ทั่วโลกแล้วหลังเกิดเหตุขัดข้องหลายครั้ง ก่อนที่ทางสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) สั่งเครื่องบินรุ่นดังกล่าวที่มีอยู่ถึง 50 ลำ ในสายการบินต่างๆ ทั่วโลกงดบิน และปิดท้ายที่การลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากญี่ปุ่นและสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ทางโฆษกของโบอิ้งกล่าวว่า บริษัทจะยังคงเดินหน้าผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ต่อไป แต่จะไม่ส่งมอบจนกว่าทางเอฟเอเอจะรับรองอย่างเป็นทางการว่า ระบบแบตเตอรี่ของเครื่องบินรุ่นดรีมไลเนอร์ได้รับการแก้ไขและอยู่ในขั้นปลอดภัยตามมาตรฐาน
คำประกาศดังกล่าวยังกระทบต่อการส่งมอบเครื่องบินรุ่นนี้ให้แก่การบินไทยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย ชี้แจงว่า การบินไทยได้สั่งซื้อ 787 ดรีมไลเนอร์ 8 ลำ โดยจะส่งมอบล็อตแรกในปี 2557 และทยอยส่งมอบจนถึงปี 2560 และยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินโบอิ้ง 787 ไม่มีผลกระทบกับการบินไทย
ด้านนายจิม แมคเนอร์นีย์ ประธานและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโบอิ้งได้ออกมาโต้ข่าวลือทางลบถึงความเร่งรีบในการผลิตเพื่อให้ทันกำหนดการสั่งจนละเลยประเด็นเรื่องความปลอดภัยว่าไม่เป็นความจริง โดยยืนยันหนักแน่นว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพนักงานโบอิ้งทุกคนคือความปลอดภัยของผู้โดยสาร นักบิน และลูกเรือทุกคนที่อาศัยพาหนะของโบอิ้งในการเดินทาง
คำกล่าวของแมคเนอร์นีย์มีขึ้นหลังจากที่สหภาพเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านอากาศยานของอเมริกา (เอสพีอีอีเอ) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ความผิดพลาดของโบอิ้งมาจากการไม่ใส่ใจคำเตือนของช่างเทคนิคซึ่งสังกัดสมาคม และการหาหน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยการผลิต
ขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐพบว่าสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ลิเทียมไหม้จนเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ของสายการบินออลนิปปอน แอร์เวย์ส (เอเอ็นเอ) ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ทากามัตสุ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะมาจากการชาร์จไฟที่มากเกินไป
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความปลอดภัยด้านการบินและแบตเตอรี่ชี้ว่าเถ้าถ่านสีดำภายในแบตเตอรี่ลิเทียมถือเป็นพยานหลักฐานอย่างดีที่ชี้ให้เห็นว่าตัวแบตเตอรี่ได้รับไฟแรงสูงในปริมาณที่เกินกว่าศักยภาพของแบตเตอรี่ที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ นายฮิเดโยะ โคสุงิ เจ้าหน้าที่สอบสวนจากกระทรวงคมนาคมญี่ปุ่น กล่าวว่า ได้มีการเปรียบเทียบกับกรณีการไหม้ของเครื่องบิน 787 ดรีมไลเนอร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ขณะจอดที่สนามบินนานาชาติโลแกนในบอสตัน โดยสาเหตุที่พบในครั้งนั้นมาจากการที่แบตเตอรี่ได้รับไฟมากเกินไป และขณะเกิดไฟไหม้เครื่องบินลำดังกล่าวกำลังชาร์จไฟ







