
แดงเดือดรัฐบาลล้มโตะพรก.นิรโทษกรรม
อุณหภูมิการเมืองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงร้อนแรง
อุณหภูมิการเมืองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงร้อนแรง
โดยเฉพาะประเด็นเปราะบางอย่างการเสนอ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ซึ่งดูจะเร้าให้ดีกรีคอการเมืองพุ่งพล่าน
ความพยายามของธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา นางธิดาแถลงเตรียมนำมวลชนคนเสื้อแดงบุกทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมกับประชาชนทุกสีในเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง
สาระสำคัญในร่าง พ.ร.ก.นิรโทษกรรมฉบับคนเสื้อแดงที่น่าสนใจอยู่ในมาตรา 3 ซึ่งระบุว่า บรรดาผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2550 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2554 ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจากคำพิพากษาอันถึงที่สุด หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งยังไม่ถึงที่สุด ให้ถือว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดและให้พ้นจากความผิด
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้มีอำนาจในการตัดสินใจหรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอข้างต้นนัยว่าถูกรัฐบาลตีตก ด้วยสัญญาณถูกส่งผ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง “ต้องเข้าเงื่อนไข” ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 184
รัฐธรรมนูญมาตรา 184 บัญญัติไว้ว่า ต้องมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นสาธารณะความปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงของเศรษฐกิจภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งยังมีเรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
สำหรับเป้าประสงค์ของการเรียกร้องให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม หากพิเคราะห์จากถ้อยแถลงของ นพ.เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง วาระยิ่งปรากฏชัด
“การตีความของผม ดีไม่ดีนายกฯ ทักษิณ อาจได้รับความคุ้มครองด้วย เพราะตั้งแต่ชุมนุมไม่เคยเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ มาตัดสินใจหรือสั่งการ”นพ.เหวง กล่าว
ด้านนางธิดาให้ความเห็นภายหลังรับทราบสัญญาณว่ารัฐบาลไม่รับลูก โดยฝากไปถึงนักการเมืองว่า ขณะประชาชนยากลำบาก ทุกข์ทรมาน ไม่ว่าอยู่ในคุกหรือนอกคุก จึงจำเป็นต้องฝากความหวังไว้ที่รัฐบาล ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แต่ท่าทีคนในรัฐบาลกลับไม่เห็นด้วย และพูดให้ประชาชนเสียใจ
“ถ้าฝ่ายการเมืองไม่นำพาทุกข์ของประชาชน ก็จะถูกตั้งคำถามว่า แล้วเลือก สส. เลือกรัฐบาลมาทำไม” นางธิดา ระบุชัด
อีกเรื่อง ภายหลังที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายบุญมี เริ่มสุข ซึ่งถูกยิงที่ช่องท้องด้วยกระสุนปืนขนาด .223 เสียชีวิตบริเวณถนนพระราม 4 ในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปี 2553
เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อ่านคำสั่งชันสูตรพลิกศพตอนหนึ่งว่า เหตุแห่งการตายไม่มีหลักฐานระบุว่ามาจากการยิงของเจ้าหน้าที่
ศาลให้เหตุผลว่า พยานซึ่งเป็นช่างภาพสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง กำลังปฏิบัติหน้าที่ถ่ายภาพการปะทะกันของสองฝ่าย ยืนยันว่าเห็นการยิงตอบโต้กัน เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณหน้าสถานีบริการปั๊มน้ำมัน ปตท. และเห็นฝ่ายผู้ชุมนุม นปช.มีการใช้พลุและอาวุธปืนยิงตอบโต้กับเจ้าพนักงาน จึงรับฟังได้ว่ามีคนในกลุ่ม นปช.และฝ่ายเจ้าพนักงานใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กัน
นางธิดาแสดงความคิดเห็นว่า กลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีการพกพาอาวุธสงครามในเหตุการณ์ชุมนุมปี 2553
“ยืนยันว่ากลุ่ม นปช.ไม่มีการใช้อาวุธสงคราม ไม่มีใครถือมาเดินป้วนเปี้ยน มีเต็มที่ก็แค่อาจจะพกอาวุธปืนสั้นเท่านั้น” นางธิดา กล่าว
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ภาพขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้ว่า จะต้องสอบสวนต่อไปว่าหากไม่ได้เสียชีวิตจากฝีมือของเจ้าหน้าที่ทหารแล้ว ใครเป็นผู้ทำให้ตาย
“หากข้อเท็จจริงชี้ไปว่าเสียชีวิตจากชายชุดดำ ก็ไม่อาจแจ้งข้อหาแกนนำคนเสื้อแดงในข้อหาเดียวกับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เพราะไม่มีหลักฐานว่าคนร้ายได้รับคำสั่งจากใคร” นายธาริต ระบุ
ขณะเดียวกัน ศึกชิงเก้าอี้พ่อเมืองกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบแล้ว รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาทุกพรรคทุกกลุ่มก้อนทางการเมืองแบไพ่เปิดตัวผู้สมัครกันจ้าละหวั่น
พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เคาะชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงชิงชัย ด้วยหลักคิด “สร้างอนาคตร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ” ท่ามกลางกระแสข่าวซดเกาเหลากับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค
พล.ต.อ.พงศพัศ ในฐานะว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า หลักการหาเสียงคือการคิดบวก ทำบวก และหาเสียงแบบบวกๆ โดยไม่ใส่ร้ายใครทั้งสิ้น
ด้าน “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ กลบกระแสข่าวความขัดแย้งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยการเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรกเพื่อเข้าร่วมงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ พร้อมกันนี้ยังได้ควงคู่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อร่วมหาเสียงให้กับ พล.ต.อ.พงศพัศ อย่างต่อเนื่อง
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ เดินเครื่องเต็มกำลัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะแชมป์เก่า เดินหน้าหาเสียงเน้นการสานต่อนโยบายเดิม ภายใต้สโลแกน “รักกรุงเทพฯ ร่วมสร้างกรุงเทพฯ”
“ประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำโพลของตัวเอง และไม่กังวลที่ผลโพลสำนักหนึ่งระบุว่ากำลังเสียเปรียบคู่แข่ง เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาผลโพลก็ออกมาเช่นนั้น ยืนยันว่าไม่ว่าผลโพลออกมาดีหรือไม่ ก็ต้องทำงานหนักต่อไป ทุกคนรู้จักผมอยู่แล้วขึ้นอยู่ว่าเขาจะเอาผมหรือไม่เอา” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มพลังกรุงเทพฯ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมทีมรองผู้ว่าฯ ได้แก่ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต นายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ทว่า นายเสรีกลับปฏิเสธที่จะเข้าร่วมทีมรองผู้ว่าฯ กทม. โดยให้เหตุผลว่าไม่ชอบการเมืองและมีภารกิจอีกมาก
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศกำลังมีปัญหาจากการเมืองโดยระบบพรรค ประชาชนไม่มีทางเลือก อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. กรุงเทพฯ จะดีขึ้นภายใน 1 ปี
ทั้งนี้ ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ กทม.จะเปิดให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ยื่นหลักฐานการสมัครเป็นวันแรก







