
ศอ.รส.กำชับจนท.ใช้อาวุธยามจำเป็นเน้นตรวจเข้มหลังโดนบึ้ม
ศอ.รส.กำชับกำลังพลพกอาวุธระมัดระวัง ใช้เมื่อจำเป็นถูกหมายเอาชีวิตเท่านั้น เผยภาพวงจรปิดโยนบึ้มมูลนิธิเปรม ป้องกันลำบาก สั่งกำลังพลตรวจเข้ม
ศอ.รส.กำชับกำลังพลพกอาวุธระมัดระวัง ใช้เมื่อจำเป็นถูกหมายเอาชีวิตเท่านั้น เผยภาพวงจรปิดโยนบึ้มมูลนิธิเปรม ป้องกันลำบาก สั่งกำลังพลตรวจเข้ม
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส. ) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในฐานะผอ.ศอ.รส. ได้เน้นย้ำที่ประชุม 2 เรื่อง ได้แก่ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตามข้อกำหนดต่างๆ ตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร โดยกำชับกำลังพล ที่พกพาอาวุธให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้อาวุธด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง จะใช้อาวุธโดยพลการไม่ได้ การใช้อาวุธต่อเมื่อมั่นใจว่า ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบประสงค์ทำร้ายมุ่งเอาชีวิตเจ้าหน้าที่และประชาชนจริงๆ
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในที่ประชุม พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มารายงานเหตุการณ์ผู้ไม่ประสงค์ดีโยนระเบิดเข้าใส่มูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งมีการฉายภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้เห็นว่าการป้องกันลำบากมาก เนื่องจากผู้กระทำขี่จักรยานยนต์เหมือนประชาชนผู้สัญจรทั่วไป และเมื่อกล้องวงจรปิดจับภาพก็มีรถวิ่งสวนกันไปมา โดยพบว่ามีรถผ่านมาดูลาดเลาก่อน 1 นาที จากนั้นก็มีการขับขี่ผ่านมาและโยนระเบิด ผ่านไป 3-4 นาที ถึงได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น
“ที่ประชุมศอ.รส.พิจารณาเห็นว่า ด้วยสภาพแวดล้อม ทำให้การป้องกันลำบาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรไม่ได้ ทางพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เน้นย้ำแต่ละจุดที่มีการรักษาการณ์มีเจ้าหน้าที่ 3-4 นาย แต่ไม่ได้เฝ้าสังเกต จึงกำชับผู้บังคับหน่วย ผู้บังคับโซนต่างๆ ให้มีการเดินตรวจตลอดเส้นทาง แม้ยอมรับว่ากำลังพลอาจเหนื่อยล้า แต่ต้องสลับกำลังหากมี 2 คนพัก ต้องมีอีก 1 นายเดินตรวจ “ พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ผู้เห็นเหตุการณ์ก็จะกันไว้เป็นพยาน เพื่อนำมาสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป







