
แค่เสือกระดาษ
การที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถจัดการและเอาผิดอย่างจริงจังในหลายเรื่องติดต่อกัน ทั้งเรื่องการปรับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่กรณีเก็บค่าบริการเกินนาทีละ 99 สต. การที่ผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุในระบบเติมเงิน (พรีเพด) ทั้งๆ ที่ กสทช.ได้ออกประกาศห้ามกำหนดวันหมดอายุ และการไม่สามารถเอาผิดบริษัท บีเอฟเคที ผู้ให้บริการโครงข่ายทรูมูฟเอช ทั้งที่สัญญาที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไปจนถึงกรณีที่ละครเหนือเมฆ 2 ถูกยุติออกอากาศกะทันหัน
การที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถจัดการและเอาผิดอย่างจริงจังในหลายเรื่องติดต่อกัน ทั้งเรื่องการปรับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่กรณีเก็บค่าบริการเกินนาทีละ 99 สต. การที่ผู้ประกอบการกำหนดวันหมดอายุในระบบเติมเงิน (พรีเพด) ทั้งๆ ที่ กสทช.ได้ออกประกาศห้ามกำหนดวันหมดอายุ และการไม่สามารถเอาผิดบริษัท บีเอฟเคที ผู้ให้บริการโครงข่ายทรูมูฟเอช ทั้งที่สัญญาที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไปจนถึงกรณีที่ละครเหนือเมฆ 2 ถูกยุติออกอากาศกะทันหัน
กรณีทั้งหลายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าหน้าที่ขององค์กรอิสระแห่งนี้เป็นเพียงองค์กรที่ดี แต่ประกาศปาวๆ ว่าจะเอาผิด จะใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อลงโทษผู้ประกอบการให้ถึงที่สุด แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนถูกตั้งสถานะว่าเป็นเพียง “เสือกระดาษ” เท่านั้น เพราะไม่ว่ามาตรการลงโทษจะรุนแรงแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าผู้ประกอบการยังคงไม่ยี่หระใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังยืนยันให้ กสทช.ช้ำใจอีกว่า ประกาศต่างๆ ที่ กสทช.ออกมานั้นไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ โดยหาได้เกรงกลัวคำขู่ที่ กสทช.จะปรับวันละกว่า 1 แสนบาทแม้แต่น้อย
ที่ผ่านมามีเพียง 2 กรณีที่ กสทช.ทำได้จริง คือ การปรับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ที่ปล่อยภาพเปลือยอกวาดภาพในรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ออกอากาศ จำนวน 5 แสนบาท และปรับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 10 ล้านบาท กรณีปล่อยให้โครงข่ายล่ม 5 ครั้ง ซึ่งกระทบต่อผู้ใช้บริการทั่วประเทศ
ขณะที่อีกหลายสิบคดียังค้างอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งช่วย “ต่อเวลา” ให้ผู้ประกอบการใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช. และ กสทช.ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้ว่าจะมีหน้าที่กำกับดูแลบริการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคมากที่สุด
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ กสทช.ควรจะลุกขึ้นมา ขู่จริง ปรับจริง ทำจริงในสิ่งที่ได้ประกาศออกไป ให้สมกับอำนาจหน้าที่ที่มีและถ้อยแถลงว่าจะดำเนินการใดๆ ก็ตามเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ซึ่งผลประโยชน์ประชาชนน่าจะสำคัญกว่าการเกรงใจหรือเกรงกลัวว่าผู้ประกอบการจะต้องเสียเงินค่าปรับจำนวนมาก ทั้งที่ฝ่าฝืนกฎของหน่วยงานกำกับดูแลด้วยซ้ำ
หวังว่าวันที่ 18 ม.ค.นี้ กสทช.จะเด็ดขาดสั่งปรับจริงกับผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือที่ยืนกรานว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะให้ระบบพรีเพดไม่มีวันหมดอายุตามที่ได้ประกาศไว้ เพราะอย่าลืมว่า กสทช.ไม่ได้มาทำงานฟรีๆ และประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ต้องการเห็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 11 คน มานั่งกินเงินเดือนหลวงกว่า 5 ล้านบาทต่อเดือน เพื่ออนุมัติและจรดปากกาเซ็นคำสั่งบนกระดาษ แต่ไม่สามารถทำให้บรรลุผลในทางปฏิบัติได้เลย







