posttoday
อีสานแล้งหนักแม่น้ำแห้งขอด-ผลผลิตข้าวลดลง

อีสานแล้งหนักแม่น้ำแห้งขอด-ผลผลิตข้าวลดลง

18 มกราคม 2556

สถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมาหลายเดือน ยิ่งส่งผลกระทบหนักหน่วงขึ้น ล่าสุดพื้นที่ 29 จังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน ฝนทิ้งช่วงภัยแล้ง ซึ่งในจำนวนนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือว่าเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากสุด โดยมีการประกาศภัยพิบัติแล้ว 17 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี บึงกาฬ หนองคาย มุกดาหาร หนองบัวลำภู มหาสารคาม ยโสธร อำนาจเจริญ นครพนม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ขอนแก่น บุรีรัมย์ และ จ.นครราชสีมา

สถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมาหลายเดือน ยิ่งส่งผลกระทบหนักหน่วงขึ้น ล่าสุดพื้นที่ 29 จังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน ฝนทิ้งช่วงภัยแล้ง ซึ่งในจำนวนนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือว่าเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากสุด โดยมีการประกาศภัยพิบัติแล้ว 17 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานี บึงกาฬ หนองคาย มุกดาหาร หนองบัวลำภู มหาสารคาม ยโสธร อำนาจเจริญ นครพนม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ขอนแก่น บุรีรัมย์ และ จ.นครราชสีมา

ล่าสุดสถานการณ์ภัยแล้งที่จะต่อเนื่องไปจนถึงเดือน พ.ค. ทำให้นครราชสีมา เตรียมจะเสนอของบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งเพิ่มเติมอีก 50 ล้านบาท เนื่องจากการใช้งบประมาณฉุกเฉิน 50 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นได้ใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปแล้ว 45 ล้านบาท เหลืออยู่ประมาณ 5 ล้านบาทเท่านั้น

“จ.นครราชสีมา ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วทั้งหมด 27 อำเภอ มีราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 126,497 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายจำนวน 863,433 ไร่ และยังมีประกาศเพิ่มอีกต่อเนื่อง จึงต้องของบเพิ่มเพื่อเตรียมการช่วยเหลือประชาชน” วินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมา กล่าว

ผลกระทบที่ชัดเจนของภัยแล้ง คือ ขาดแคลนน้ำสำหรับพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ พื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญ

สมชาย คมพงษ์ปภา ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า การรับจำนำข้าวนาปีในปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยช่วงเดียวกันนี้ของปี 2555 ธ.ก.ส. จ.บุรีรัมย์ ใช้เงินรับจำนำข้าวไปทั้งหมด 6,200 ล้านบาท แต่ปีนี้ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นมา ใช้เงินรับจำนำข้าวไปประมาณ 2,000 ล้านบาทเท่านั้น

“มีพื้นที่นาข้าวเสียหายจากภัยแล้งบางส่วน คาดว่าจะมีข้าวมาจำนำน้อยกว่าปีที่ผ่านมา อีกส่วนหนึ่งเกษตรกรบางรายเลือกนำข้าวไปขายยังท้องตลาด หรือขายข้าวสดขณะเก็บเกี่ยวเพราะต้องการใช้เงินจ่ายค่าปุ๋ย และค่าจ้างแรงงาน”

ด้าน จ.สุรินทร์ สภาพความแห้งแล้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเพิ่งจะเป็นช่วงปลายฤดูหนาว โดยพบว่าน้ำในแม่น้ำมูลซึ่งไหลผ่านหลายอำเภอของ จ.สุรินทร์ แห้งขอดมีแต่ดินทรายขาวเต็มลำน้ำมูล ถือว่าเป็นความแห้งแล้งรุนแรงและมาเร็วที่สุดในรอบ 10 ปี

นิรันดร์ กัลยาณมิตร ผวจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ แม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขาต่างๆ ในจังหวัด มีปริมาณน้ำลดลงและอยู่ในเกณฑ์น้อย ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 10 อำเภอ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 62,085 ครัวเรือน 206,050 คน

ผลกระทบอีกประการของปัญหาภัยแล้ง คือ ปลาน้ำจืดในแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีจำนวนน้อย ทำให้ราคาปลาน้ำจืดเพิ่มขึ้นจากเดิม 20-30 บาทต่อกิโลกรัม

ผู้ค้าปลาน้ำจืดในตลาดสี่แยกทางพาด บ้านหนองวิมานเหนือ ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ตลาดค้าส่งปลาน้ำจืดแหล่งใหญ่ใน จ.สุรินทร์ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปลาน้ำจืดที่นำมาขายจับขึ้นมาจากทุ่งนา ภายหลังเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้ว แต่ปีนี้ปริมาณปลาที่จับได้มีน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ราคาปลาแต่ละชนิดจึงสูงขึ้น

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ว่า ครึ่งเดือนแรกของเดือน ก.พ. อากาศจะแปรปรวน จากความกดอากาศสูงจากประเทศ อาจทำให้มีฝนในบางพื้นที่ ส่วนเดือน มี.ค.จะมีอากาศร้อนเกือบทั่วไป คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 40-41 องศาเซลเซียส

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย