posttoday
รัฐปัดออกพรก.นิรโทษ

รัฐปัดออกพรก.นิรโทษ

18 มกราคม 2556

สอนนปช.ไม่เข้าเงื่อนไขรธน.ศาลจำคุกเจ๋ง2ปีคดีหมิ่น112

สอนนปช.ไม่เข้าเงื่อนไขรธน.ศาลจำคุกเจ๋ง2ปีคดีหมิ่น112

รัฐบาลแย้มไต๋ไม่ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมตามข้อเสนอ นปช.อ้างไม่เข้าเกณฑ์ รธน.

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข้อเรียกร้องของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ให้รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นิรโทษกรรม สำหรับผู้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2550-2554 จะต้องเข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนในมาตรา 184 ว่า ต้องมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นสาธารณะความปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงของเศรษฐกิจ ภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งยังมีเรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังไม่หารือกับแกนนำนปช. ถ้าได้พูดคุยกันชัดเจน ก็คงจะได้รับความเห็นมากขึ้น

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช. กล่าวว่า จากการหารือกับนักกฎหมายระดับอาจารย์ ได้ยืนยันว่า รัฐบาลสามารถนำเสนอร่าง พ.ร.ก.นิรโทษกรรม และออกเป็นกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ได้ ส่วนความเห็นที่แตกต่างของฝ่ายต่างๆ นั้น ไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้ง เพราะบางคนเรียนมาจากสำนักเดียวกันแต่ยังตีความข้อกฎหมายไม่ตรงกัน แต่ นปช.เชื่อแบบนี้ก็ต้องดำเนินการต่อไป

วันเดียวกัน ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกนายยศวริศ หรือประมวล ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช.เป็นเวลา 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา หลังเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลได้ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 2 ปี ทั้งนี้ทนายความนายยศวริศได้ยื่นประกันตัว 5 แสนบาท ศาลพิเคราะห์แล้วได้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยเห็นว่า จำเลยไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยศวริศ เนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2553 นายยศวริศได้ปราศรัยบนเวที นปช.สะพานผ่านฟ้าลีลาศกล่าวพาดพิง ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ชื่อเสียง

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า การที่จำเลยกล่าวถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ทำนองว่า พล.อ.เปรม ไม่ยอมให้ยุบสภา โดยอาจมีเหนือกว่านั้น จำเลยปราศรัยให้ผู้ฟังเข้าใจว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่เบื้องหลัง พล.อ.เปรม จึงเท่ากับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงไม่ยินยอมให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา แม้จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าคำปราศรัยของจำเลยไม่ได้หมายถึงพระมหา กษัตริย์แต่ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง จำเลยจึงกระทำผิดตามฟ้องจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท