posttoday
กฏเหล็กคุมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

กฏเหล็กคุมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

18 มกราคม 2556

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

คาดหมายว่าศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นไปด้วยความเข้มข้นดุเดือด

ภารกิจหนักจึงตกอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยมุ่งเน้นแก้จุดบกพร่องที่ผ่านมา

ด้วยการกำหนดระเบียบใหม่มีข้อปฏิบัติ 4 ข้อ สำหรับผู้สมัครประกอบด้วย 1.มิบังควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง 2.ผู้สมัครจะต้องจัดฝึกอบรมให้กับผู้ช่วยในการหาเสียงเลือกตั้ง กำหนดจำนวน 500 คนเท่านั้น โดยต้องให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง

3.หลีกเลี่ยงการใช้วิชาชีพหรือการประกอบอาชีพเกี่ยวกับรายการวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง สื่อสารมวลชน สื่อโฆษณา เช่น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สื่อมวลชน เป็นต้น เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งแก่ตนเองหรือผู้สมัคร และ 4.ดำเนินการหาเสียงเลือกตั้งโดยใช้ถ้อยคำที่สุภาพ

โฟกัสไปที่ความเข้มงวดในมาตรา 57 เพื่อควบคุมการกล่าวหาโจมตีใส่ร้ายด้วยข้อความเป็นเท็จของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2545 ห้ามมิให้ “ผู้ใด” กระทำการเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับตนเอง หรืองดเว้นการลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครใดด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากในอดีตเมื่อมีการกระทำผิดของผู้ช่วยหาเสียงที่ผู้สมัครมักจะอ้างว่าไม่รู้เห็น ซึ่งทาง กกต.จะพิจารณาให้สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบเหลืองทันที

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กกต.เป็นห่วงมากที่สุดในยุคสมัยเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้ผู้คนสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียอาจกล่าวหาใส่ร้ายต่อคู่แข่งได้ ทำให้มาตรการตรวจสอบจำต้องพัฒนาตามลำดับด้วย

ทั้งนี้ กกต.จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ 6 คน คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของผู้สมัครรับเลือกตั้งนับตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประสานงานกับทางกองบังคับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกว่า 130 คน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ค้นหา “ไอพี” ผู้เป็นเจ้าของโพสต์ข้อความใส่ร้ายถึงตัวได้ทันที

ถึงกระนั้นตัวผู้สมัครสามารถหาเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดียได้อย่างเต็มที่ เช่น เว็บไซต์ ที่เปิดโดยพรรคการเมือง หรือเว็บไซต์ส่วนตัว ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ โดยคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่กำหนดให้ไม่เกินคนละ 49 ล้านบาท

ขณะที่การจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงเฝ้าสังเกตการณ์ อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าร่วม เนื่องจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการแข่งขันรุนแรง อาทิ ฝ่ายสืบสวนส่วนกลาง กกต.ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งอาสาสมัครพลเมืองจำนวนกว่า 4,000 คน

จัดแบ่งเขตปกครองทั้ง 50 เขต มีหน่วยเลือกตั้งจำนวน 6,548 หน่วย เพิ่มขึ้นจากการเลือกผู้ว่าฯ กทม.ครั้งก่อน ที่มีหน่วยเลือกตั้ง 6,337 หน่วย เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตามปกติจะจัดให้มีผู้ลงคะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่ประมาณ 500 คน โดยหลังปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00 น. จะมีการนับคะแนนที่หน่วย ซึ่งจะทำให้การลุ้นผลการรวมคะแนนทำได้รวดเร็ว

ประสบการณ์จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.ปรับแก้จุดบกพร่องด้านอุปกรณ์ในการสืบสวนสอบสวน อาทิ ขาดแคลนกล้องถ่ายภาพนิ่ง กล่องวิดีโอ เครื่องบันทึกเสียงระยะใกล้ไกลจากที่มีไม่เพียงพอ ขณะนี้ได้รับงบประมาณจัดซื้อใหม่จำนวนมาก เรียกได้ว่ามีอุปกรณ์เต็มรูปแบบ ควบคุมโดย พล.ต.ต.สุเทพ รมยานนท์ อดีตมือปราบคนสำคัญของกองบังคับการตำรวจนครบาล ได้วางแนวทางการสืบสวนแบบฉบับของตำรวจ การหาพยานหลักฐานตั้งแต่มีคนร้องเรียนเข้ามา

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้ง 100% และเชื่อว่าแนวโน้มการตื่นตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. คาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเพิ่มมากขึ้นจากปี 2552 มากถึง 70% ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีความสำคัญมากกว่าเลือกตั้ง สส. การให้ใครบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต้องเห็นประโยชน์ของชาว กทม.เป็นหลัก ยิ่งถ้าเป็นคนทำงานโดยไม่มีวันหยุดได้นับเป็นคุณูปการแก่คนกรุงเลยก็ว่าได้ เพราะปัญหาใน กทม.มีหลายเรื่องให้ต้องสะสาง

“ห่วงเวลานี้การช่วงชิงพื้นที่ฐานเสียง กทม. นับว่ามีความสูสีกันมาก ดังนั้นตัวชี้วัดที่สำคัญอยู่ที่ความโดดเด่นของตัวผู้สมัคร อีกส่วนคือทีมงาน ฉะนั้นการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ประชาชนประเมินได้ว่า จะเลือกใครเข้ามาบริหารเมืองหลวงของประเทศ” พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ