
สกัดทุบค่าบาท
ธปท.เจาะช่องให้รายย่อยขนเงินลงทุนนอกเพิ่มประสารรับมีสัญญาณเก็งกำไร
ธปท.เจาะช่องให้รายย่อยขนเงินลงทุนนอกเพิ่มประสารรับมีสัญญาณเก็งกำไร
ธปท.ออกมาตรการชะลอเงินบาทแข็งค่าแล้ว เจาะช่องให้รายย่อยหอบเงินลงทุนต่างประเทศได้ถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ
จากปรากฏการณ์เงินทุนต่างชาติไหลเข้าลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย วันละหมื่นล้านบาทติดต่อกัน ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นอีก
ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ผ่อนผันการออกไปลงทุนต่างประเทศสำหรับนักลงทุนรายย่อยเพิ่มจาก 20 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยให้มีผลทันที
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ประกาศดังกล่าว ธปท.กำหนดให้บุคคลรายย่อยสามารถลงทุนในตราสารในต่างประเทศและอนุพันธ์ได้ โดยต้องซื้อและขายผ่านตัวแทนการลงทุนในประเทศ คือ บริษัทหลักทรัพย์ หรือกองทุนส่วนบุคคลเท่านั้น
นอกจากนี้ ให้ลงทุนได้ไม่เกินวงเงินรวมที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดไว้ที่ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ให้เพิ่มการลงทุนของบุคคลรายย่อยได้เป็นไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อราย โดยไม่ต้องขออนุญาต ธปท. ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะแก้ไขหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ ธปท.ต่อไป
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการ ธปท. กล่าวยอมรับว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมามีสัญญาณเก็งกำไรค่าเงิน เห็นได้จากการที่เงินไหลเข้ามาลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น ธปท.ได้ติดตามดูอย่างใกล้ชิด และมีการรับมือเตรียมไว้แล้ว ซึ่งเปิดเผยไม่ได้ แต่จะประกาศใช้ตามความเหมาะสม ไม่ขอเปิดเผย
“ไม่คิดว่าค่าเงินบาทจะมีทิศทางแข็งค่าไปทางเดียว เพราะการเข้ามาลงทุนระยะสั้นนักลงทุนมักมีความพร้อมที่จะปรับตัวได้เร็ว ถ้ามีข่าวสารอะไรในตลาดการเงินโลกก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็ว อีกอย่างเงินทุนไหลเข้าในปีนี้น่าจะสมดุลมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายที่ผ่านมาของ ธปท. อย่างไรก็ดีในเรื่องมาตรการรับมือธปท.ได้เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้แล้ว และไม่มัดตัวเองว่าจะไม่ใช้มาตรการและเครื่องมือที่เตรียมไว้ แต่ ธปท.คงไม่ออกมาตรการเฉพาะมาดูแลตลาดตราสารหนี้เพิ่มเติม แม้ว่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามาในตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น” นายประสาร กล่าว
สำหรับค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 17 ม.ค. เปิดตลาดที่ 29.72-29.73 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ค่าเงินอ่อนลงเล็กน้อยหลัง ธปท.ออกมาตรการ โดยเงินบาทปิดตลาดที่ 29.76-29.78 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อไป







