
ยุบสภาดีหรือไม่
....เรืองไกร สีกิจวัฒนะ
ยุบสภาดีหรือไม่ คงเป็นคำถามที่แทบทุกคนกำลังคิดอยู่ โดยเฉพาะฝ่ายที่เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ กับฝ่ายคนเสื้อแดงที่กำลังชุมนุมเรียกร้องให้ยุบสภา
คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. โดยระดมคนมานับแสนเพื่อเข้ามากดดันรัฐบาลให้ยุบสภา รัฐบาลก็เตรียมพร้อมโดยการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ตั้ง ศอ.รส. ขึ้นมาเพื่อควบคุมให้การชุมนุมอยู่ในความสงบ
ประเด็นหลักของการชุมนุม คนเสื้อแดงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว แต่รัฐบาลตั้งรับ ถอยไปตั้งหลักบ่ายเบี่ยง และปฏิเสธข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้ชุมนุม
รัฐบาลใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือเพื่อประคองสถานการณ์มิให้เกิดความรุนแรง และผู้ชุมนุมเองก็ระมัดระวังมิให้เกิดความรุนแรงเช่นกัน ก็ผ่านมาได้กว่าสิบวันจนถึงวันที่ 28 มี.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปกดดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเข้าไปอยู่ที่ ศอ.รส. ที่ตั้งอยู่ในราบ 11 ในที่สุดก็มีการนัดเจรจากันเพื่อหาทางออก
การเจรจาครั้งแรกใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะฝ่ายเสื้อแดงยื่นเงื่อนไขให้นายกฯ อภิสิทธิ์ยุบสภาภายใน 2 สัปดาห์ แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ยังไม่รับปาก จึงขอนัดเจรจากันใหม่ในวันรุ่งขึ้น
เย็นวันที่ 29 มี.ค. ก็มีการมาเจรจากันตามนัด แต่ผลก็คงทราบกันทั่วไปแล้วว่ายังหาทางออกเกี่ยวกับการยุบสภาไม่ได้ เพราะคนเสื้อแดงขอให้ยุบภายใน 15 วันเช่นเดิม แต่ฝ่ายรัฐบาลขอเวลาอีกเกือบปี
เวลา 2 สัปดาห์ หรือ 15 วัน กับเวลาเกือบ 1 ปีนั้น คงห่างกันมาก แต่ต่างฝ่ายต่างก็ยกเหตุผลมาอ้าง ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ฟังกันไปทั่วหน้าแล้ว ประเด็นที่เจรจาเรื่องยุบสภานั้นคงได้ข้อยุติแล้ว แต่จะยุบเมื่อใดนั้นคือปัญหาใหญ่
ในระบอบประชาธิปไตย การยุบสภามิใช่เรื่องแปลก และก็ไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้ถึงสาเหตุแห่งการยุบสภา แต่ก็เคยมีการเข้าใจกันว่า การยุบสภานั้นจะอาศัยเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับสภาผู้แทนราษฎร
ที่พูดถึงเพียงสภาผู้แทนราษฎร เพราะการยุบสภานั้นหมายถึงการยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยการคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปกันใหม่ มิใช่การยุบวุฒิสภาแต่อย่างใด
ในทางการเมือง ผู้ที่มีอำนาจยุบสภาคือนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายเสื้อแดงจึงมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ยุบสภา แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ
ปัญหาก็คงจะมีตามมา ทั้งปัญหาในฝ่ายรัฐบาลเอง และปัญหาในฝ่ายผู้ชุมนุมที่ต้องนั่งเรียกร้องอยู่บนถนนตากแดดตากฝนกันกว่าสิบวันแล้ว รวมทั้งปัญหาความเครียดที่คนทั่วไปต้องรับภาระตามไปด้วย
ปฏิเสธกันไม่ได้กับความรู้สึกของประชาชนที่อาจมีทั้งความเครียด กลัว ที่ไม่ปลอดภัย ความไม่สะดวกในการเดินทาง และการทำมาหากินที่ฝืดเคือง อันเป็นผลจากการกระทำทั้งสองฝ่าย
การยุบสภานั้นคงจะเกิดขึ้นแน่นอนถ้าฟังจากการเจรจา แต่จะเกิดขึ้นเมื่อใดยังเป็นปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ ดังนั้นฝ่ายประชาชนก็คงต้องเฝ้าติดตามกันต่อ และก็คงคาดหวังว่าจะไม่มีความรุนแรงใดๆ ตามมา อย่างเช่นระเบิดที่เกิดขึ้นรายวัน
เหตุผลที่รัฐบาลยังไม่อยากจะยุบสภา บางเรื่องก็ดูจะเป็นเรื่องเดิมๆ เช่น จะรอให้เกิดความสามัคคี จะรอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็น จะรอให้กฎหมายงบประมาณแผ่นดินผ่านไปก่อน
ฝ่ายผู้ชุมนุมก็มีเหตุผลที่ยกมาอ้าง โดยเฉพาะการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ 2550 การไม่ชอบระบบสองมาตรฐาน การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ส่อว่าจะเกิดการทุจริตขึ้นมาในหลายๆ โครงการ
ประชาชนคงเห็นเป็นสองฝ่ายเช่นกัน ฝ่ายหนึ่งคงสนับสนุนและเชื่อรัฐบาล อยากให้รัฐบาลทำงานต่อไป ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลก็ออกมาแสดงความเห็นกันบ้างแล้ว ทั้งคนทำงานแถวถนนสีลม หรือกระทั่งสมาชิกวุฒิสภาบางคน
มีกลุ่มต่อต้านการยุบสภาเกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการออกมาชูป้ายเชียร์ให้รัฐบาลอยู่ต่อไป แต่กลุ่มดังกล่าวถ้าจำกันไม่ผิดกลับเป็นกลุ่มที่เคยต่อต้านรัฐบาลชุดก่อน เพราะบางคนเคยไปชุมนุมและระดมเงินไล่รัฐบาลชุดก่อนกันมาแล้ว
ว่ากันตรงๆ แบบนี้ เพราะเคยเห็นเช่นนั้นจริงๆ ดังนั้นบางสิ่งที่คนทั่วไปพบเห็นหรือได้ยิน อาจไม่ใช่ความเป็นจริงทั้งหมดที่เคยเป็นมาก็ได้ เช่นเดียวกันกับฝ่ายคนเสื้อแดง ซึ่งหลายคนก็คงติดตาติดใจกับการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการชุมนุม
แต่เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงสนับสนุนคนเสื้อแดง และอยากให้มีการยุบสภาโดยเร็ว เพื่อจะได้คืนอำนาจนั้นกลับสู่มือประชาชน แล้วให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้เลือกแนวทางในอนาคตว่าเสียงส่วนใหญ่จะเลือกใคร
ฟังว่านายกฯ อภิสิทธิ์ก็ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการยุบสภาแต่อย่างใด เพียงแต่ยังห่วงใยบ้านเมือง ห่วงใยเศรษฐกิจ และห่วงใยพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งประเด็นสุดท้ายน่าจะเป็นประเด็นหลักหรือเปล่า
ถ้าการห่วงใยพรรคร่วมด้วยกันเองแล้วยังอยากบริหารราชการแผ่นดินต่อไป สิ่งที่น่าห่วงก็คือฝ่ายผู้ชุมนุมจะรอได้หรือไม่ ถ้ารอได้ ปัญหาความเครียด ความกลัว ความถูกลิดรอนสิทธิก็คงจะผ่อนคลายลงแต่ถ้ารอไม่ได้และยังมีการชุมนุมยืดเยื้อกันต่อไป สิ่งที่เห็นตามมาโดยยังจับใครไม่ได้ก็เป็นเสียง ตูม ตูม ที่เกิดจากมือมืดที่ประสงค์ร้ายต่อทั้งฝ่ายรัฐบาลและผู้ชุมนุมคอยสร้างสถานการณ์ไม่เว้นแต่ละวัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ การยุบสภาจะเกิดขึ้นเมื่อไรนั้นก็คงสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นในสังคมไทยต่อไป แล้วเช่นนี้ทั้งรัฐบาลและผู้ชุมนุมยังจะรู้สึกดีอยู่ได้หรือ เพราะฝ่ายที่รู้สึกไม่ดีนั้นก็คือประชาชนทั่วไปนั่นเอง







