
เสธ.อ้ายยังไม่ติดต่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
รองผบช.น.เผย "เสธ.อ้าย" ยังไม่ติดต่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้เข้าพบ 18 ม.ค.นี้
รองผบช.น.เผย "เสธ.อ้าย" ยังไม่ติดต่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้เข้าพบ 18 ม.ค.นี้
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและสอบสวน ในฐานะรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลดำเนินคดีกับกับกลุ่มแกนนำและผู้ชุมนุมรายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการส่งสำนวนพร้อมกับนำตัวผู้ต้องหา 127 คน ที่ฝ่าฝืนประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการออกหมายเรียกแกนนำ อพส. 11 คน ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 18 ม.ค.นี้
พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวหลังการประชุมว่า สำหรับในการประชุมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการซักซ้อมการปฏิบัติในเรื่องการรอรับมอบตัวของกลุ่มแกนนำ อพส. ที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 18 ม.ค. เวลา 10.00 น. ว่าเรียบร้อยหรือไม่ หรือมีปัญหาอะไรต้องแก้ไข
เบื้องต้นได้มีการส่งทนายความประสานฝ่ายเลขาของคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งล่าสุดบอกว่าจะมาเป็นบางส่วน ซึ่งก็ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งว่าจะมีผู้ใดมาบ้าง เช่นเดียวกับกรณี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ที่ยังไม่ได้มีการติดต่อเข้ามา
พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการดำเนินการหากผู้ต้องหามาถึงนั้น ต้องมีการจัดทำบันทึกการมอบตัว บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง และแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ โดยมีทนายความเข้าร่วมให้รายละเอียดต่างๆด้วยได้
ถามว่าหากครั้งนี้ไม่มาพบพนักงานสอบสวน และไม่ได้ติดต่อมาจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า ก็ต้องสอบถามว่าที่ไม่มามีเหตุผลหรือข้อขัดข้องอย่างไร เหตุผลรับฟังได้หรือไม่ หากเหตุผลรับฟังได้ก็จะประชุมกันอีกครั้ง ว่าจะนัดมาใหม่วันไหน อย่างไร
ถามว่าเบื้องต้นมีการแจ้งข้อกล่าวหามากกว่า 11 คนหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีเพียง 11 คน แต่จะเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องขยายผลต่อไป ต้องดูตามพยานหลักฐานก่อน ส่วนการสอบสวนแบ่งตามพื้นที่วันเวลาเกิดเหตุ จุดแรกที่ สะพานมัฆวานรังสรรค์ จุดที่ 2 แยกสวนมิสกวัน และจุดที่ 3 เวทีใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เป็น 3 จุดย่อย แต่เป็นการกระทำผิดที่เดียวกัน โดยมีพนักงานสอบสวน เอกสาร ข้อมูลต่างๆไว้คนละ 1 ชุด ทุกคนทราบหน้าที่ชัดเจน โดยแบ่งเป็นห้องประชุม บก.น.1 และห้องประชุม บก.อก.ถามว่าหากเสธอ้ายส่งทนายมาแทนสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า ทนายมีสำหรับชี้แจงเรื่องต่างๆ หรือมาแจงว่ามาไม่ได้เพราะอะไร แต่การแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำก็ต้องให้เจ้าตัวมารับทราบเอง คงให้ผู้อื่นมาแทนไม่ได้
สำหรับรายชื่อทั้ง 11 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ 2.นายชัยพันธ์ ประภาสะวัต 3.นายอธิวัฒน์ บุญชาติ 4.ร.ต.แซมดิน เลิศบุษย์ 5.นายไทกร พลสุวรรณ 6.นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา 7.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ 8.กิตติชัย ใสสะอาด 9.นายอมร อมรรัตนานนท์ 10.นายสุนทร รักษ์รงค์ และ11.นายทศพล แก้วทิมา โดยทั้งหมดมีความผิดในข้อหา กระทำให้ปรากฏแก่ระชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน , ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 , 215 และ 216 ซึ่งแต่ละคนต้องรับผิดชอบการกระทำในแต่ละส่วนไป







