
จ่อรับ‘โรฮิงยา’คดีพิเศษ
ดีเอสไอเตรียมรับโรฮิงยาเป็นคดีพิเศษ ยืนยันไม่ส่งกลับพม่า
ดีเอสไอเตรียมรับโรฮิงยาเป็นคดีพิเศษ ยืนยันไม่ส่งกลับพม่า
พ.ต.ท.ไพศิษฐ์ สังขพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ชาวโรฮิงยาลักลอบเข้ามายังประเทศไทยเป็นฐานความผิดค้ามนุษย์ หรือเป็นการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง หรือเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อนำไปบังคับใช้แรงงานหรือไม่
ทั้งนี้ หากเข้าข่ายอยู่ในฐานความผิดการค้ามนุษย์ก็สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านบอร์ด เพราะเป็นฐานความผิดตามบัญชีแนบท้ายคดีพิเศษอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ประสานยูเอ็นเพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวมุสลิมโรฮิงยาแล้ว โดยยังไม่ให้ส่งกลับไปยังประเทศพม่า
ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนไทยมาเลเซีย อยู่ติดกับโกดังร้างภายในซอยไทยจังโหลน 3 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งซุกซ่อนชาวโรฮิงยากว่า 300 ชีวิต กล่าวว่า ขบวนการนี้ค้ามนุษย์ส่งคนข้ามแดนเถื่อนกันจนเป็นกิจกรรมตามปกติไปแล้ว ที่สำคัญไม่มีใครกล้าร้องเรียน เพราะต่างเข้าใจกันดีว่างานนี้มีผู้อิทธิพลอยู่เบื้องหลัง เพื่อรอการส่งออกไปยังมาเลเซีย
นายอ๊อด พนักงานค่าเฟ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเช่าบ้านอยู่ใกล้กับโกดังร้างดังกล่าว กล่าวว่า เห็นอยู่หลายครั้งแล้วที่แก๊งค้ามนุษย์นำชาวโรฮิงยามาเก็บไว้ ก่อนหน้านี้เคยโทรไปแจ้งตำรวจ แต่ก็ไม่เห็นตำรวจมาดู ทุกวันนี้ก็เลยกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้มาอาศัยบริเวณดังกล่าวมีจำนวนมากอยู่แล้ว เพราะเป็นเขตโนแมนแลนด์







