
ย้อนผลเลือกตั้งผู้ว่าฯปชป.จะคว้าชัยสมัย4หรือไม่
ย้อนรอยผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ประชาธิปัตย์แชมป์ 3 สมัยจะคว้าชัยชนะครั้งที่ 4 ไปครองหรือไม่
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) วันที่ 3 มี.ค.นี้ ว่ากันว่าจะเป็นเดิมพันครั้งสำคัญระหว่างสองพรรคใหญ่ “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” ที่ต่างมุ่งหวังกับฐานเสียงคนเมือง ซึ่งจะเป็นพลังสนับสนุนการเมืองในระดับชาติต่อไป
เทียบน้ำหนักกันปอนด์ต่อปอนด์ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” แชมป์เก่าจากประชาธิปัตย์ เวลานี้ดูจะเป็นต่อ “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” สะท้อนผ่านหลายโพลหลายสำนักที่ออกมาตรงกัน
ต้องยอมรับว่า “จุดแข็ง” ของประชาธิปัตย์ที่ทำให้ผูกขาดเก้าอี้ตัวนี้มาถึง 3 สมัยซ้อน อยู่ที่ “ฐานเสียง” คนกรุงเทพฯ ผ่านการทำพื้นที่ที่เข้มแข็งของเครือข่าย สก. สข. สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่เอาชนะ “เพื่อไทย” ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นในพื้นที่ กทม.ในระยะหลัง
วิเคราะห์ผ่านผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ผ่านมา เฉพาะในส่วนคะแนนพรรค “ประชาธิปัตย์” ค่อนข้างจะมีคะแนนคงที่ประมาณ 9 แสนคะแนน ไม่ว่าผู้สมัครจะเป็นใคร ที่สำคัญยังทิ้งห่าง “เพื่อไทย” รวมทั้ง “พลังประชาชน” และ “ไทยรักไทย” ค่อนข้างชัดเจน
ย้อนไปดูการเลือกตั้งล่าสุด วันที่ 11 ม.ค. 2552 “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์” ทิ้งห่าง “ยุรนันท์ ภมรมนตรี” 9.3 แสน ต่อ 6.1 แสนคะแนน ที่ว่ากันว่าหากไม่มีคู่แข่งจากผู้สมัครอิสระ อย่าง “ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล” ที่ได้คะแนนถึง 3.3 แสนคะแนน และ “แก้วสรร อติโพธิ” อีก 1.4 แสนคะแนน อาจจะทำให้คะแนนสูสีมากกว่านี้
ย้อนต่อไปถึงการเลือกตั้ง วันที่ 5 ต.ค. 2551 ครั้งนั้น “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” รักษาแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนน 9.9 แสนคะแนน ทิ้งห่าง “ประภัสร์ จงสงวน” คู่แข่งจาก “พลังประชาชน” ที่ได้เพียง 5.4 แสนคะแนน
ขณะที่ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ซึ่งตัดสินใจลงสมัครในนามอิสระ ได้คะแนน 3.4 แสนคะแนน และ “เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์” อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ที่ลาออกมาลงสมัครในนามอิสระ และได้คะแนน 2.6 แสนคะแนน
ย้อนไปดูก่อนหน้านั้น เลือกตั้งวันที่ 29 ส.ค. 2547 “อภิรักษ์” ที่กระโดดจากแวดวงธุรกิจเข้าสู่ถนนการเมืองแบบเต็มตัวกับประชาธิปัตย์เป็นครั้งแรก เอาชนะศึกเลือกตั้งได้ด้วยคะแนนสูงถึง 9.1 แสนคะแนน
การเลือกตั้งครั้งนั้น “ไทยรักไทย” ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงสนาม ทำให้คะแนนกระจายไปยังผู้สมัครอิสระ ทั้ง “ปวีณา หงสกุล” 6.1 แสนคะแนน “ชูวิทย์” 3.3 แสนคะแนน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 1.6 แสนคะแนน ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ 1.3 แสนคะแนน รวมทั้ง “พิจิตต รัตตกุล” ที่เที่ยวนี้ได้เพียง 1 แสนกว่าคะแนน
แต่กระนั้นก็ไม่อาจเคยมีใครทำลายสถิติตลอดการของ “สมัคร สุนทรเวช” ผู้สมัครจากประชากรไทย ที่ได้คะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” จากไทยรักไทย 5.2 แสนคะแนน
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ที่ส่ง “ธวัชชัย สัจจกุล” ก็ได้เพียง 2.4 แสนคะแนน หรือผู้สมัครอิสระอย่าง “พ.อ.วินัย สมพงษ์” 1.4 แสนคะแนน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช 1.3 แสนคะแนน “ปวีณา หงสกุล” ชาติพัฒนา 1.1 แสนคะแนน
แต่ใช่ว่าเส้นทางสู่แชมป์ 4 สมัยของ “ประชาธิปัตย์” จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเวลานี้บาดแผลจากการบริหารงาน กทม. 4 ปีที่ผ่านมา กำลังถูกฝ่ายตรงข้ามถล่มต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาขยายสัญญาบีทีเอส ที่ดีเอสไอกำลังเดินหน้าสอบ หรือสนามฟุตซอล หนองจอก ที่ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ดังนั้น อะไรที่ว่าแน่ อาจจะไม่แน่ก็ได้ในปีนี้







