
โลกมองไทย
หนึ่งในความเคลื่อนไหวภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่น่าจับตามองในรอบสัปดาห์นี้ คือ การประชุมประจำปีของคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่จังหวัดหลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งจะมีรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมจากกัมพูชา ลาว เวียดนาม และไทยเข้าร่วม
หนึ่งในความเคลื่อนไหวภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่น่าจับตามองในรอบสัปดาห์นี้ คือ การประชุมประจำปีของคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่จังหวัดหลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งจะมีรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมจากกัมพูชา ลาว เวียดนาม และไทยเข้าร่วม
เว็บไซต์สถานีวิทยุวอยซ์ ออฟ อเมริกา (วีโอเอ) รายงานว่า การประชุมที่จะพูดคุยในประเด็นเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อนไซยะบุรีนี้ สำคัญและน่าจับตามอง เพราะผลลัพธ์จากการประชุมคราวนี้จะเป็นเสมือนบททดสอบความน่าเชื่อถือในบทบาทของคณะกรรมการเอ็มอาร์ซี
ทั้งนี้ หลังจากการประชุมครั้งล่าสุด 4 ชาติสมาชิกที่เข้าร่วมต่างมีความเห็นแบ่งแยกอย่างชัดเจน โดยขณะที่กัมพูชาและเวียดนามต้องการให้พักการสร้างเขื่อนไว้ชั่วคราวและศึกษาผลกระทบให้ถี่ถ้วน ลาวและไทยกลับเมินคำร้องคัดค้าน พร้อมเดินหน้าลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายพลังงานกันเรียบร้อย
อาวีวา อิมฮอฟ ผู้อำนวยการอินเตอร์เนชันแนล ริเวอร์ กลุ่มด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ระบุว่า ถ้าเอ็มอาร์ซียังไม่เคยประสบกับวิกฤตศรัทธา สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือวิกฤตที่ว่าแล้ว โดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจน คือ การกระทำของบรรดาชาติสมาชิก
อิมฮอฟ อธิบายว่า การที่คณะกรรมการเอ็มอาร์ซีซึ่งมีขึ้นเพื่อกำกับดูแลให้ชาติสมาชิกใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำโขงอย่างยุติธรรมเท่าเทียม ไม่สามารถบังคับให้ชาติสมาชิกทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ร่วมกันได้ ทำให้เห็นว่าคณะกรรมการเอ็มอาร์ซีไม่มีความหมายใดๆ เลย
ทั้งนี้ ในมุมมองของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนไซยะบุรี หากแล้วเสร็จจะมีผลกระทบมหาศาลต่อความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค เนื่องจากแม่น้ำโขงถือเป็นแหล่งโปรตีนหลักของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะในประเทศไทยและกัมพูชา







