
ฮึ่มปูเลิกแก้แค้นถอนคดีเงินบริจาค
44ปชป.ลั่นไม่ไปชี้แจงดีเอสไอใช้อำนาจรัฐคุกคาม/ธาริตตีมึน
44ปชป.ลั่นไม่ไปชี้แจงดีเอสไอใช้อำนาจรัฐคุกคาม/ธาริตตีมึน
44 สส.ปชป. จี้นายกฯ ถอนคดีเงินบริจาค จากคดีพิเศษ ปล่อย กกต.สอบแทน
นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เปิดแถลงข่าวในนาม 44 สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวหาเรื่องเงินบริจาคให้พรรคไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ว่า คดีนี้มีเจตนาที่จะใช้อำนาจรัฐคุกคามคู่แข่งทางเงินดังกล่าว เนื่องจากการที่ สส.รวมถึงผู้บริหารพรรคเพื่อเป็นค่าบำรุงพรรค ไม่ใช่เงินบริจาคทั่วไปที่ต้องออกเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงิน แต่เป็นเงินค่าบำรุงพรรค แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพรรค อีกทั้งได้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างโปร่งใสตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยไม่เคยถูกท้วงติงว่าเป็นความผิด
ทั้งนี้ เห็นว่าการนำเรื่องนี้มาเป็นคดีพิเศษเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระ ทั้งที่ กกต.ยืนยันว่าไม่มีความผิดแล้ว แต่ดีเอสไอยังยืนยันที่จะดำเนินคดีให้เป็นความผิด ด้วยการนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาอนุมัติให้เป็นคดีพิเศษ พรรคจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและนายกฯ ให้ถอนคดีนี้ออกจากคดีพิเศษ ปล่อยให้ กกต.ดำเนินการตามอำนาจที่มีอยู่ โดยจะทำจดหมายถึงนายกฯ ในสัปดาห์นี้
นายชำนิ กล่าวว่า การที่ดีเอสไอได้เรียก สส.ทั้ง 44 คนไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวนั้น สส.ทั้งหมดจะทำหนังสือขอเลื่อนการให้ปากคำดังกล่าวออกไปจนกว่าจะปิดสมัยประชุม
แถลงการณ์ของ 44 สส.ระบุตอนหนึ่งว่า การกระทำของดีเอสไอ เป็นการกลั่นแกล้งในทางการเมืองและขัดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ. 2550 การบริจาคเงินของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปโดยถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย การกระทำของดีเอสไอยังมุ่งทำลายการพัฒนาระบบพรรคการเมืองของประเทศอย่างร้ายแรง เพราะพรรคการเมืองควรเปิดโอกาสให้ประชาชนบริจาคเงินบำรุงพรรคเพื่อให้พรรคใช้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยปราศจากการครอบงำจากกลุ่มทุน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดในคดีนี้ แต่เป็นไปได้ที่พนักงานสอบสวนเห็นว่าการบริจาคเงินเข้าพรรคการเมืองเกิน 2 หมื่นบาท โดยไม่ทำเช็คขีดคร่อมเข้าข่ายความผิด ซึ่งมีโทษตามมาตรา 114 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
สำหรับคดีดังกล่าว ดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2555 กรณีที่นายอภิสิทธิ์ จ่ายเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาดีเอสไอได้มีหนังสือเรียก สส.และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวนรวม 44 คน รวมถึงนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ไปให้ถ้อยคำในคดีเดียวกัน
อีกด้าน พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีการต่อขยายสัมปทานบีทีเอสของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้พบความผิดใหม่เพิ่มเติมเรื่องการทำสัญญาส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าบีเอสในปี 2552 ซึ่งอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่า กทม. ทั้งนี้กทม.ได้ว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีลมสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน เป็นเวลา 3 ปี และรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท 105สุขุมวิท 107 เป็นเวลา 1 ปี โดยพบว่า กทม.อาจมีความผิดอีกหนึ่งกรรม เพราะการจ้างบริหารเดินรถ ในส่วนต่อขยายดังกล่าว ไม่ได้ขออนุญาตจาก รมว.มหาดไทย







