
ครม.ไฟเขียวเคาะช่วยภาษีอุ้มคนธุรกิจ
ครม.คลอดมาตรการภาษีชุดใหญ่ ยันไม่กระทบรายได้
ครม.คลอดมาตรการภาษีชุดใหญ่ ยันไม่กระทบรายได้
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติมาตรการภาษี 3 เรื่อง ได้แก่ การเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ค่าทดแทน เนื่องจากการรอนสิทธิอสังหาริมทรัพย์ หรือค่าเวนคืนที่ดิน โดยให้มีผลบังคับย้อนหลังไปตั้งแต่ 1 ม.ค. 2552
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการนี้ช่วยให้การลงทุนและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และรัฐสูญเสียรายได้เพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียมจากการควบรวมกิจการตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ที่สิ้นสุดอายุลงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557 เพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการ
ครม.ยังอนุมัติให้ข้าราชการตำรวจ ลูกจ้างที่กู้ยืมหรือการสงเคราะห์ด้านที่อยู่อาศัยได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้มีผลย้อนหลัง 1 ม.ค. 2555ทั้งนี้ ได้แก่ การเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้แก่ผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงิน และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่สถาบันการเงิน เฉพาะการควบเข้ากันหรือโอนกิจการให้แก่กัน ที่ได้กระทำภายในวันที่ 31 ธ.ค.2557
รวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินฯในอัตรา 0.01% สำหรับสถาบันการเงินที่ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน มีผลใช้บังคับถึง 31ธ.ค.2557
อีกทั้งยังกำหนดให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองห้องชุด กรณีที่มีทุนทรัพย์ ในอัตรา0.01% สำหรับสถาบันการเงินที่ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน มีผลถึง 31 ธ.ค.2557
กระทรวงการคลัง รายงานว่า ปัจจุบันยังคงมีสถาบันการเงินบางแห่งอยู่ระหว่างการควบรวมกิจการตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จภายในวันที่ 31ธ.ค.2554 จึงไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียมจากการควบรวมกิจการ ทำให้ต้องขยายเวลาออกไปจนถึง 31 ธ.ค.2557







