posttoday
เงื่อนไขปฏิวัติมีแล้ว

เงื่อนไขปฏิวัติมีแล้ว

16 มกราคม 2556

ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม การนัดหยุดงานเป็นเรื่องปกติของการต่อรองเพื่อการเฉลี่ยรายได้ให้กรรมกรมีชีวิตอยู่ได้โดยนายทุนไม่รวยซีกเดียว เพราะถ้ากรรมกรยากจนไปเรื่อยๆ ก็หมายถึงว่ากรรมกรไม่มีกำลังซื้อ เมื่อกรรมกรไม่มีกำลังซื้อ ชีพจรของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหมุนต่อไปไม่ได้ เกิดปัญหาเศรษฐกิจขึ้นในทันที และถ้ายิ่งไปเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้นเท่าใด ก็จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาตินั้นๆ ให้มากขึ้น

ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม การนัดหยุดงานเป็นเรื่องปกติของการต่อรองเพื่อการเฉลี่ยรายได้ให้กรรมกรมีชีวิตอยู่ได้โดยนายทุนไม่รวยซีกเดียว เพราะถ้ากรรมกรยากจนไปเรื่อยๆ ก็หมายถึงว่ากรรมกรไม่มีกำลังซื้อ เมื่อกรรมกรไม่มีกำลังซื้อ ชีพจรของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหมุนต่อไปไม่ได้ เกิดปัญหาเศรษฐกิจขึ้นในทันที และถ้ายิ่งไปเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้นเท่าใด ก็จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาตินั้นๆ ให้มากขึ้น

ประเทศไทยเป็นประเทศเผด็จการประเทศหนึ่งที่มีกฎหมายห้ามนัดหยุดงาน กรรมกรนัดหยุดงานถือว่านายจ้างเสียหาย กรรมกรต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง ท้ายสุดนายจ้าง “รวยขึ้น” แต่กรรมกร “ยากจนลง” วงจรทุนนิยมก็ล่ม

ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลของระบอบเผด็จการไทยขึ้นค่าจ้างให้ทุกปี ครั้งนี้ให้ถึง 300 บาท เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเอากรรมกรมาโค่นอำนาจ ผลจากการขึ้นค่าแรงดังกล่าวส่งผลทำให้ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต่างทยอยพินาศลง ขณะเดียวกันก็ทำให้ทุนผูกขาดไทย “ร่ำรวย” ขึ้นจากการพินาศลงของทุนขนาดกลางและขนาดย่อม

ความพินาศของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั่นแหละที่เป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้ เพราะจะไปทำให้ทุนขนาดกลางและขนาดย่อมที่พินาศไหลลงไปร่วมมือกับกรรมกรในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตย

ตามกฎของการสร้าง (ปฏิวัติ) ประชาธิปไตย กรรมกรสร้างประชาธิปไตยเองฝ่ายเดียวไม่ได้ จะต้องมีนายทุนประกอบส่วนด้วยเสมอ ถ้ากรรมกรสร้างฝ่ายเดียวก็จะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ถ้านายทุนสร้างฝ่ายเดียวก็จะเป็นเผด็จการ (อย่างที่ไทยเป็นอยู่ในขณะนี้)

ดังนั้นถือได้ว่าการล่มสลายของทุนขนาดกลางและขนาดย่อมจึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าการปฏิวัติประชาธิปไตยกำลังจะเริ่มต้น

ผมมีบทความของสภากรรมกรแห่งชาติที่สรุปปัญหาค่าจ้างขั้นต่ำเอาไว้นานแล้วและสอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนี้พอดี จึงขอนำมาประยุกต์ใช้ตรงนี้ว่า

1.การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำโดยหลักการและจุดมุ่งหมายแล้ว ก็เพื่อเอาไว้คุ้มครองคนที่ไม่มีงานทำ ไม่ใช่คุ้มครองคนที่มีงานทำแล้ว

2.การเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้คนว่างงานหางานทำยากขึ้น เพราะค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงขึ้นย่อมเป็นกำแพงปิดกั้นคนเข้าทำงานและคนที่ทำงานอยู่แล้วจะตกงานมากขึ้น เพราะนายจ้าง “คัดออก” (ต่างชาติเข้ามาทำงานแบบเลี่ยงกฎหมายในประเทศเรามากขึ้นตามไปด้วย)

3.การเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำเป็นผลร้ายต่อลูกจ้างที่ทำงานอยู่แล้ว เพราะนายจ้างจะไม่ปรับค่าจ้างประจำปีให้ด้วยข้ออ้างว่าขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้แล้ว

4.การเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำของกรรมกร สถานประกอบการขนาดใหญ่ไม่กระทบกระเทือน เพราะขึ้นไม่กี่บาท สามารถรับได้ แต่สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมจะกระเทือนถึงขั้นอยู่ไม่ได้ การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำจึงกลายเป็น “เครื่องมือ” อย่างหนึ่งของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ใช้ทำลายผู้ประกอบการขนาดเล็ก

ปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการรุกรานกันทางเศรษฐกิจอย่างไร้ขอบเขตพรมแดน การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจึงเป็นเครื่องมือให้ต่างชาติเข้ามาทำลายเศรษฐกิจแห่งชาติ ผลก็คือ ทำให้เศรษฐกิจของคนไทยต้องตกอยู่ในกำมือของต่างชาติอย่างรวดเร็ว

5.การขึ้นค่าจ้างในแต่ละครั้งทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อและสินค้าแพง เพราะเป็นกฎเกณฑ์และเป็นของคู่กันของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เงินเฟ้อนั้นเป็นผลดีต่อนายทุนใหญ่ แต่เป็นผลร้ายแก่กรรมกร (ธนินท์ เจียรวนนท์ จึงชอบให้เงินเฟ้อ) เพราะเงินที่เพิ่มจะตามไม่ทันกับราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้น กรรมกรจึงได้แต่ “ราคา” ของเงินที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ได้ “มูลค่า” ส่วนมูลค่าที่แท้จริงนั้น “นายทุน” ฉกเอาไปในรูปของสินค้าที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการขึ้นค่าจ้างจึงเท่ากับการทำให้นายทุนรวยขึ้น แต่กรรมกรยากจนลง

6.เงินเฟ้อนั้นผู้ที่ได้รับชะตากรรมหนักหน่วงที่สุดก็คือชาวไร่ชาวนาที่มีที่ดินทำกินเพียงไม่กี่ไร่ หรือผู้ที่ต้องเช่านานายทุนทำ

7.สาเหตุแห่งความวิบัติทั้งหลายทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ล้วนเป็นผลมาจากการปกครองแบบเผด็จการทั้งสิ้น การทำให้กรรมกรพอกินโดยไม่ทำให้ประชาชนพอกินก็คือการทำเพื่อการรักษาระบอบเผด็จการ (และถึงแม้ว่าจะได้เพิ่มอีกสักกี่บาท กรรมกรก็ไม่พอกินอยู่ดี) ถ้าจะทำให้กรรมกรพอกินต้องทำให้ประชาชนพอกินด้วย จึงเป็นการทำแบบประชาธิปไตย ซึ่งก็คือการทำมูลค่ามาตรฐานการครองชีพขั้นต่ำของประชาชน (The Value of Minimum Standard of Living of People) ไม่ใช่การทำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของกรรมกร (Minimum Wages Rate)

ปล. 4 ขั้นตอนของ “ความขัดแย้ง” ในทุกประเทศหลังจากระบบทุนนิยมครอบงำแล้วก็คือ

1.ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับระบอบเผด็จการและนำมาสู่

2.ความขัดแย้งระหว่างเผด็จการกับเผด็จการ (บ้านเราก็เหลืองแดงนั่นแหละ) และนำมาสู่

3.ความขัดแย้งระหว่างขบวนประชาธิปไตยกับขบวนเผด็จการและนำมาสู่

4.ความขัดแย้งระหว่างขบวนประชาธิปไตยกับขบวนคอมมิวนิสต์

วันนี้ไทยอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ครับ!

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี