
หมอประดิษฐสั่งยกเครื่องสธ.ใหม่หมด
สธ.เตรียมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรงใหม่ตอกย้ำภาพผู้ดูแลนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ดึงผู้บริหารเวิร์คช็อปก.พ.นี้
สธ.เตรียมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรงใหม่ตอกย้ำภาพผู้ดูแลนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ดึงผู้บริหารเวิร์คช็อปก.พ.นี้
วันที่ 15 ม.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า เตรียมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข ให้ตอบสนองต่อการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2 ด้าน ได้แก่ การเป็นผู้ให้บริการ ผ่านเครือข่ายบริการ 12 เครือข่าย ให้ใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า โดยได้วางแผนการเป็นผู้ให้บริการเรียบร้อยแล้ว การเป็นผู้ดูแลระดับนโยบายสุขภาพแห่งชาติ (National Health Authority) ดูแลกฎหมายต่างๆ เช่นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้มีบทบาทการควบคุมกฎระเบียบ ให้สามารถทำงานอย่างราบรื่น
ส่วนการด้านการดูแลทางด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ได้ทำความเข้าใจผู้บริหารระดับสูง ทั้งอธิบดี รองอธิบดี เพื่อให้มีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ และปรับบทบาทของกรมวิชาการ ที่ต้องเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกกระทรวง โดยแยกให้ชัดเจนว่าเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลกฎเกณฑ์ต่างๆ ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ
ด้านนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้วางโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุขไว้ใหม่ 11 บทบาท ได้แก่ 1.การกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์บนฐานความรู้ เป็นนโยบายการสร้างสุขภาพของประเทศ 2.การสร้างและจัดการความรู้สุขภาพ 3.การประเมินเทคโนโลยี เช่นเครื่องมือแพทย์ วัคซีน เพื่อตัดสินใจทางนโยบาย 4.การพัฒนากำหนดมาตรฐานกฎเกณฑ์ รวมทั้งการรับรองมาตรฐานบริการต่างๆ เช่นห้องคลอด ศูนย์เด็กเล็ก การฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ เป็นต้น
5.พัฒนาระบบกลไกการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ 6.การพัฒนากลไกด้านกฎหมายเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพประชาชน 7.การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ 8.กำกับดูแลติดตามประเมินผลของภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชน เช่นติดตามกำกับคลินิกเถื่อน 9.การเงินการคลังด้านสุขภาพของประเทศ 10.การพัฒนาข้อมูลข่าวสารให้เป็นระบบเดียว และ 11.กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพร่วมกับสภาวิชาชีพ สถาบันการผลิตบุคลากรต่างๆ รวมทั้งกำหนดมาตรการธำรงรักษากำลังคนและการกระจายที่เป็นธรรม
"กระทรวงสาธารณสุขเตรียมระดมสมองผู้บริหารระดับสูงใน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี และผู้อำนวยการสำนักต่างๆ โดยจะตั้งคณะกรรมการบุคคลภายนอก เช่น จากสถาบันศศิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นที่ปรึกษา และเตรียมปรับเครือข่ายบริการ 12 เครือข่ายให้ตอบสนองกับความต้องการของประชาชนภายใต้คณะกรรมการบริหารระดับเขต เรียกว่าเขตสุขภาพ โดยจะประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารระดับสูงในต้นเดือนก.พ.นี้"ปลัดสธ.กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2556 ได้ปรับทิศทางการทำงานของสธ. ให้ตั้งต้นด้วยการกำหนดเป้าหมายในการดูแลสุขภาพประชาชนตามกลุ่มวัย และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ 66 ตัวชี้วัดและเน้นหนักเป็นพิเศษ 25 ตัวชี้วัด ไม่ใช่เน้นการทำงานตามโครงการเหมือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้จัดสรรงบประมาณ 950 ล้านบาท และงบประมาณเพื่อใช้สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอีกรวม 6,000 ล้านบาท รวมงบการดูแลส่งเสริมป้องกันที่ สปสช.จัดสรรให้เขตพื้นที่และจังหวัด รวมเป็นก้อนเดียวกัน ร่วมกับงบประมาณดูแลด้านทันตกรรม 1,085 ล้านบาท งบกองทุนโรคเรื้อรัง 82 ล้านบาท ให้เครือข่ายบริการ 12 เครือข่าย โดย 70% ลงไปที่อำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พร้อมทั้งมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการติดตามผลการทำงานในทุกพื้นที่ และให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์และกรมวิชาการ ประเมินผลในภาพรวม







