
กต.ยันดูแลโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม
ปลัดบัวแก้วยันดูแลชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม ย้ำส่งไปโลกที่สามต้องหารือยูเอ็นเอชซีอาร์ก่อน เผยพิสูจน์สัญชาติไม่ได้เตรียมผลักดันออกนอกประเทศ
ปลัดบัวแก้วยันดูแลชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม ย้ำส่งไปโลกที่สามต้องหารือยูเอ็นเอชซีอาร์ก่อน เผยพิสูจน์สัญชาติไม่ได้เตรียมผลักดันออกนอกประเทศ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การดำเนินการกับชาวโรฮิงญาที่จับได้ล่าสุด ที่ลักลอบเข้าประเทศไทยมีจำนวน 857 คน แบ่งเป็นชาย 667 คน หญิง 30 และเด็กต่ำอายุกว่า 18 ปี จำนวน 160 คน ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของหน่วยงานไทย โดยกลุ่มเด็กและสตรีแยกมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงจ.สงขลา ส่วนผู้ชายอยู่ศูนย์ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่อ.สะเดาและอ.ปาดังเบซาร์ และสถานีตำรวจภูธร ที่อ.สะเดาและอ.ปาดังเบซาร์
นายสีหศักดิ์ กล่าวส่า ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีกลุ่มกระบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายรวมอยู่ด้วยด้วย ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบต่อว่ามีกระบวนการค้ามนุษย์เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ชาวโรฮิงญาถือว่ามีความผิด ในข้อหาลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย
“ไทยจะดำเนินการภายใต้กฎหมาย และยึดตามหลักมนุษยธรรม เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีหน่วยงานระหว่างประเทศเข้ามาร่วมมือ โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) และองค์กรนานาชาติเพื่อการย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาติ (ยูนิเซฟ) ได้แสดงความห่วงใยอยากช่วยเหลือคนกลุ่มนี้”ปลัดกระทรวงต่างประเทศ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ได้หารือถึงเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อกระบวนการทางกฎหมายของไทยเสร็จสิ้น ก็คงต้องพิจารณาส่งกลับไปแหล่งที่เดินทางมา ทั้งนี้ อาจต้องขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลพม่า หากพิสูจน์สัญชาติได้ว่าเป็นคนพม่า ทางรัฐบาลพม่าก็จะรับตัวกลับ
โดยระหว่างนี้คงต้องดูแลชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม ส่วนเรื่องงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ โดยทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเสนอของบประมาณไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งการดำเนินการจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยในสายตาประชาคมโลก
สำหรับแนวทางพิจารณาส่งตัวชาวโรฮิงญาไปยังประเทศที่สามนั้น ต้องหารือกับยูเอ็นเอชซีอาร์ก่อน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการส่งกลับไปยังประเทศที่เดินทางมา โดยจะยึดหลักความปลอดภัยและกฎกติการะหว่างประเทศ และที่ผ่านมาได้มีการติดต่อไปยังรัฐบาลพม่า ซึ่งทางพม่าก็ยินดี
“หากติดตามสถานการณ์ล่าสุดจะเห็นว่าพม่ามีกระบวนการภายในประเทศ ในการพิสูจน์สัญชาติ หากพิสูจน์ได้ว่ามีสัญชาติพม่า ก็จะรับจดทะเบียบและให้สัญชาติต่อ” นายสีหศักดิ์ กล่าวและว่า ส่วนชาวโรฮิงญาที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่สัญชาติพม่านั้น หลังการดำเนินการทางกฎหมายของไทยเสร็จสิ้น ก็จะส่งชาวโรฮิงญาออกจากประเทศไทยต่อไป







