
ยอมเสี่ยง
คะแนนความนิยมของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นพุ่งพรวดขึ้นเร็วทันใจทีเดียว โดยแตะที่ราวๆ 68% แล้ว หลังจากที่ผู้นำคนใหม่รายนี้ เร่งทำผลงานแบบเข้มๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติและกดค่าเงินเยนมานับตั้งแต่วันแรกๆ ที่ชนะการเลือกตั้ง
คะแนนความนิยมของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นพุ่งพรวดขึ้นเร็วทันใจทีเดียว โดยแตะที่ราวๆ 68% แล้ว หลังจากที่ผู้นำคนใหม่รายนี้ เร่งทำผลงานแบบเข้มๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติและกดค่าเงินเยนมานับตั้งแต่วันแรกๆ ที่ชนะการเลือกตั้ง
สิ่งที่ อาเบะ ประกาศชัดก็คือจะต้องแก้ปัญหาเงินฝืดให้กับญี่ปุ่นให้ได้ โดยประกาศเป้าหมายดัชนีราคาสินค้าต้องเพิ่มขึ้นมาให้ได้ที่ 2% จากเป้าหมายเดิมที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นวางไว้ที่ 1%
นอกจากนั้น ก็ยังประกาศกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น เร่งออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นกว่านี้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาพรวดใหญ่ 1.17 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นี่คือความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่ อาเบะ ประกาศชัดออกมาภายในเวลาไม่ถึงเดือนครับ นับตั้งแต่เลือกตั้งญี่ปุ่นเมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา และก็สมใจอยาก ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าพรวดลงมาทันที แตะระดับอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง อยู่ที่ 89.67 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
กระนั้นครับ แม้ว่านโยบายของอาเบะ ดูจะถูกใจบรรดาเอกชนญี่ปุ่นที่ต้องการให้เงินเยนยิ่งอ่อนเร็วเท่าไรยิ่งดี อ่อนมากเท่าไรยิ่งเยี่ยม ซึ่งบางฝ่ายบอกว่าเยนควรจะอ่อนไปที่ 100 เยนต่อเหรียญสหรัฐด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุด
อย่างไรก็ตาม นโยบายของ อาเบะ ที่ใช้วิธีอัดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกดค่าเงินนั้น นักวิเคราะห์เองก็มองว่าเป็นความเสี่ยง เป็นการเดิมพันที่อันตรายไม่น้อย เพราะว่าจะยิ่งเป็นการเพิ่มระดับหนี้สาธารณะของประเทศ
ต้องไม่ลืมว่า ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นนั้นมีมากถึง 13.64 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็นปริมาณหนี้รองจากสหรัฐเท่านั้น และเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วยิ่งหนักหนาสาหัสเอาการ คิดเป็นถึง 230% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ
กรีซที่ว่าวิกฤตนั้น มีหนี้สาธารณะอยู่ที่ประมาณ 180% ของจีดีพี ส่วนหนี้สาธารณะของยูโรโซนทั้งกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 95% ของจีดีพีครับ
นั่นคือสิ่งที่ญี่ปุ่นละเลยไม่ได้เลย หนำซ้ำญี่ปุ่นยังเข้าสู่สังคมคนเกษียณที่รัฐมีแต่รายจ่ายต้องดูแลคนเหล่านี้ ขณะที่คนญี่ปุ่นเองก็ขนเงินไปใช้ในต่างประเทศหมด ทำให้เกิดภาวะเงินฝืดขึ้นในญี่ปุ่นในช่วงหลายปีติดต่อกันที่ผ่านมา
ดังนั้น การแก้ปัญหาของ อาเบะ จึงเน้นไปที่กระตุ้นให้เศรษฐกิจในประเทศพ้นจากภาวะเงินฝืด ด้วยการกดให้เงินเยนอ่อน เพราะส่วนหนึ่งก็ต้องดึงภาคการผลิตให้กลับบ้านด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านี้หลายบริษัทญี่ปุ่นขนการผลิตไปต่างประเทศหมด เพราะผลิตในประเทศไม่ไหวแพงเกินไปครับ พร้อมๆ กับส่งเสริมการลงทุนในประเทศให้มากขึ้น
กระนั้นนอกจากจะอัดเงินกดค่าเงินเยนแล้วสิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นควรทำด้วย ก็คือการลดการเก็บภาษีบริษัทที่ปัจจุบันญี่ปุ่นยังเรียกเก็บในอัตราที่สูงลิ่ว ทำให้การลงทุนในญี่ปุ่นไม่น่าดึงดูดครับ







